แคธี วูด(Cathie Wood) ผู้ก่อตั้งอาร์คอินเวสต์ (Ark Invest) ประเมินว่าราคาหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ที่พุ่งแรงในตอนนี้ เป็นเพียง 'ปรากฏการณ์ตามวงจร' ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างระยะยาว แม้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะดันดีมานด์หน่วยความจำให้สูงขึ้น แต่คำถามคือราคาที่พุ่งนี้จะยืนระยะได้นานแค่ไหน
บล็อกบีทส์ (BlockBeats) รายงานว่าวูดแสดงจุดยืนระมัดระวังต่อหุ้นกลุ่มหน่วยความจำที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ ระหว่างออกรายการพอดแคสต์ 'Insightful Investor' โดยวูดมองว่าหน่วยความจำเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ที่มีลักษณะเป็นวงจรมากที่สุดและใกล้เคียงกับสินค้าโภคภัณฑ์มากที่สุด
HBM ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ใช้ในตัวเร่งความเร็ว AI และอุปกรณ์ศูนย์ข้อมูล เพื่อรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง เมื่อดีมานด์พุ่งสูง ราคาและมาร์จิ้นก็มีโอกาสปรับขึ้นตาม แต่วูดอธิบายในทำนองว่าราคาที่พุ่งแรงแบบนี้ยากจะกลายเป็น 'สภาวะปกติ' ที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
วูดมองว่าราคาที่สูงขึ้นอาจดูเหมือนเป็นผลดีต่อผู้ผลิตในระยะสั้น แต่ในขณะเดียวกันก็ดึงดูดเงินทุนใหม่และกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีทดแทนให้เร็วขึ้น เมื่อชิ้นส่วนราคาแพงกลายเป็นคอขวด บริษัทต่างๆ อาจไม่รอให้อุปทานขยายตัว แต่หันไปปรับดีไซน์ ปรับโครงสร้างการประมวลผล หรือมองหาชิปทดแทนแทน
บริษัทที่วูดยกเป็นตัวอย่างคือเซเรบราส (Cerebras) และกรอค (Groq) โดยวูดระบุว่าทั้งสองบริษัทกำลังออกแบบสถาปัตยกรรมชิป AI ในทิศทางที่ลดการพึ่งพา HBM ทั้งนี้เซเรบราสเคยระบุในเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ว่าใช้หน่วยความจำแบบออนชิปร่วมกับการรวมโครงสร้างระดับเวเฟอร์ เพื่อลดความหน่วงในการสื่อสารระหว่างชิปและลดภาระด้านพลังงาน
คำกล่าวนี้เชื่อมโยงมาถึงอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ด้วย เพราะ HBM เป็นสินค้าหลักในห่วงโซ่อุปทานชิป AI ที่ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์(Samsung Electronics) และเอสเค ไฮนิกซ์(SK Hynix) ทุ่มเทพัฒนาอยู่ อย่างไรก็ตาม วูดไม่ได้ประเมินผลประกอบการหรือราคาหุ้นของบริษัทเกาหลีใต้รายใดโดยตรง
การที่อาร์คอินเวสต์ปรับพอร์ตด้วยการซื้อหุ้นเอ็นวิเดียและขายหุ้นเดียร์เมื่อไม่นานนี้ ก็สะท้อนความสนใจของตลาดที่มีต่อดีมานด์ชิป AI เช่นกัน โดยประเด็นสำคัญของคำกล่าวครั้งนี้อยู่ที่ว่าจะมองราคา HBM ที่พุ่งแรงเป็น 'เหตุผลในการลงทุน' หรือเป็น 'สัญญาณกระตุ้นเทคโนโลยีทดแทน' กันแน่
ไทเกอร์ โบรกเกอร์ส (Tiger Brokers) รายงานเช่นกันว่าวูดมองราคาหน่วยความจำที่พุ่งขึ้นเป็น 'สัญญาณเตือน' มากกว่า 'เหตุผลในการลงทุน' ส่วนผลกระทบที่ราคา HBM ที่สูงขึ้นจะมีต่อผู้ผลิตในตลาดชิป AI และดีไซน์ทดแทนจะเปลี่ยนดีมานด์จริงได้มากน้อยแค่ไหน ยังต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: BlockBeats, Tiger Brokers, เอกสารยื่นต่อ SEC ของ Cerebras
ความคิดเห็น 0