หุ้นซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) และเอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) พุ่งขึ้นแรงพร้อมกันเมื่อวันที่ 20 ส่งผลให้มูลค่าซื้อขายกองทุน ETF ‘ทวีคูณ’ และ ‘อินเวอร์ส’ แบบหุ้นเดี่ยวที่อ้างอิงสองหุ้นนี้ กลับขึ้นมาแตะระดับ 1 ล้านล้านวอนอีกครั้งภายในเวลาเพียง 2 วัน
บริษัทข้อมูลการเงิน Yonhap Infomax ระบุว่า มูลค่าซื้อขายรวมของกองทุน ETF ทวีคูณและอินเวอร์สแบบหุ้นเดี่ยวทั้ง 16 กองทุนในวันดังกล่าวอยู่ที่ 1.0574 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 35.2% จาก 781.6 พันล้านวอนของวันก่อนหน้า และถือเป็นการกลับขึ้นมาทะลุระดับ 1 ล้านล้านวอนอีกครั้ง หลังจากเคยแตะ 1.1951 ล้านล้านวอนเมื่อวันที่ 18
เม็ดเงินซื้อขายกระจุกตัวอยู่ที่สินค้าอ้างอิงเอสเค ไฮนิกซ์เป็นหลัก โดยกองทุน KODEX เอสเค ไฮนิกซ์ ซิงเกิลสต็อก เลเวอเรจ มีมูลค่าซื้อขาย 368.2 พันล้านวอน ขณะที่กองทุน TIGER เอสเค ไฮนิกซ์ ซิงเกิลสต็อก เลเวอเรจ อยู่ที่ 176.4 พันล้านวอน
ฝั่งซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ก็มีมูลค่าซื้อขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน กองทุน KODEX ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ซิงเกิลสต็อก เลเวอเรจ ซื้อขายที่ 153.8 พันล้านวอน ส่วนกองทุน TIGER ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ซิงเกิลสต็อก เลเวอเรจ อยู่ที่ 94.2 พันล้านวอน
ในกลุ่มสินค้าอินเวอร์ส กองทุน SOL เอสเค ไฮนิกซ์ ฟิวเจอร์ส ซิงเกิลสต็อก อินเวอร์ส 2X มีมูลค่าซื้อขายสูงถึง 240.3 พันล้านวอน มากเป็นอันดับ 2 จากทั้งหมด 16 กองทุน สะท้อนว่าแม้หุ้นอ้างอิงจะปรับขึ้นในวันเดียวกัน แต่สินค้าที่ ‘เดิมพัน’ ทิศทางขาลงก็มีปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
แรงหนุนหลักมาจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นอ้างอิง โดยซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ปิดบวก 9.49% ส่วนเอสเค ไฮนิกซ์ปิดบวก 12.73% ในวันเดียวกัน ส่งผลให้กองทุนเลเวอเรจของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ปรับขึ้น 16-17% ขณะที่กองทุนเลเวอเรจของเอสเค ไฮนิกซ์พุ่งขึ้น 23-25%
ทิศทางเม็ดเงินครั้งนี้ต่างจากที่ผ่านมา นักลงทุนรายย่อยเทขายสุทธิกองทุน KODEX และ TIGER เอสเค ไฮนิกซ์ ซิงเกิลสต็อก เลเวอเรจ ที่ 51.2 พันล้านวอน และ 23.3 พันล้านวอนตามลำดับ พร้อมทั้งเทขายสุทธิกองทุนเลเวอเรจของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ในเครือเดียวกันที่ 16.1 พันล้านวอน และ 3 พันล้านวอน
ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับเข้าซื้อกองทุนเลเวอเรจของเอสเค ไฮนิกซ์บางส่วน โดยซื้อสุทธิกองทุน KODEX เอสเค ไฮนิกซ์ ซิงเกิลสต็อก เลเวอเรจ 22.9 พันล้านวอน และกองทุน TIGER เอสเค ไฮนิกซ์ ซิงเกิลสต็อก เลเวอเรจ 9.5 พันล้านวอน
นักลงทุนรายย่อยลดสัดส่วนกองทุนเลเวอเรจ แต่หันไปเพิ่มน้ำหนักกองทุนอินเวอร์สแทน โดยซื้อสุทธิกองทุน SOL เอสเค ไฮนิกซ์ ฟิวเจอร์ส ซิงเกิลสต็อก อินเวอร์ส 2X ที่ 27.9 พันล้านวอน และกองทุน PLUS ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ฟิวเจอร์ส ซิงเกิลสต็อก อินเวอร์ส 2X ที่ 1.7 พันล้านวอน
กองทุน ETF ทวีคูณแบบหุ้นเดี่ยวเป็นสินค้าที่ ‘ทวีคูณ’ ผลตอบแทนรายวันของหุ้นรายตัว เช่น ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ หรือเอสเค ไฮนิกซ์ ตามอัตราส่วนที่กำหนด ต่างจาก ETF ทั่วไปที่กระจายการลงทุนในหลายหุ้น เพราะราคาของสินค้านี้จะเคลื่อนไหวตามหุ้นอ้างอิงตัวเดียวโดยตรง
สินค้าประเภทนี้มีความเสี่ยงสูง เพราะไม่เพียงขยายกำไรเมื่อราคาหุ้นเคลื่อนไหวตามทิศทางที่คาด แต่ยังขยายผลขาดทุนหากราคาสวนทางด้วย นอกจากนี้ โครงสร้างที่ปรับสมดุลพอร์ตทุกวันยังอาจทำให้ผลตอบแทนสะสมในระยะยาวคลาดเคลื่อนไปจากทิศทางของหุ้นอ้างอิง จุดนี้เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกองทุน ETF ทวีคูณแบบหุ้นเดี่ยว มูลค่าซื้อขายของสินค้ากลุ่มนี้ลดลงถึง 89% ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ โดยประเด็นสำคัญในตอนนั้นไม่ใช่แค่มูลค่าซื้อขายที่หดตัว แต่อยู่ที่ว่านักลงทุนเข้าใจเรื่องอัตราทวีคูณ การปรับสมดุลพอร์ต และส่วนต่างราคาของกองทุนมากน้อยเพียงใด
การกลับมาเพิ่มขึ้นของมูลค่าซื้อขายในวันนี้ สะท้อนว่าการซื้อขายกองทุนเลเวอเรจแบบหุ้นเดี่ยวที่เคยซบเซาหลังมีมาตรการกำกับดูแล กลับมาไวต่อความผันผวนของหุ้นอ้างอิงอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม มูลค่าซื้อขายที่เพิ่มขึ้นในวันเดียวยังไม่อาจสรุปได้ว่าความเสี่ยงด้านการลงทุนลดลง หรือแนวโน้มการเทขายของนักลงทุนรายย่อยจะดำเนินต่อไปหรือไม่
ความคิดเห็น 0