สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ถอนการหารือเรื่องกฎข้อยกเว้นด้านนวัตกรรมคริปโตออกไปเมื่อวันที่ 14 (เวลาท้องถิ่น) มีรายงานว่าทิศทางกำกับดูแลการออกโทเคนและหลักทรัพย์แปลงเป็นโทเคน (tokenized securities) ของสหรัฐฯ อาจถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง หลังการลงมติร่างกฎหมาย CLARITY ในวันที่ 15 กันยายน
เบรตต์ เรดเฟิร์น(Brett Redfearn) ประธานบริษัทซีเคียวริไทซ์(Securitize) เปิดเผยว่า SEC ถอนกฎข้อยกเว้นด้านนวัตกรรมคริปโตออกไปเพราะกังวลเรื่องการลงมติร่างกฎหมาย CLARITY โดยเดอะบล็อก(The Block) เป็นผู้รายงานเรื่องนี้ เรดเฟิร์นระบุว่ากฎดังกล่าวอาจถูกเสนอกลับมาอีกครั้งเร็วที่สุดในช่วงต้นเดือนตุลาคม หลังวุฒิสภาลงมติเสร็จสิ้น
ประเด็นที่ SEC พิจารณาคือจะกำหนด 'กรอบ' การออกสัญญาการลงทุนบางประเภทซึ่งรวมถึงสินทรัพย์คริปโตไว้เป็นการเฉพาะหรือไม่ หัวใจของเรื่องนี้อยู่ที่ว่าจะสามารถวางระบบเปิดเผยข้อมูลและข้อยกเว้นแยกต่างหากสำหรับการออกโทเคน ซึ่งยากจะใช้กฎการเสนอขายหลักทรัพย์แบบดั้งเดิมได้หรือไม่
ร่างกฎหมาย CLARITY เป็นกฎหมายว่าด้วยโครงสร้างตลาด ที่จะวางกฎเกณฑ์ระดับรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สำหรับตลาดสินทรัพย์คริปโต หากวุฒิสภาเข้าสู่กระบวนการลงมติในวันที่ 15 กันยายนจริง ร่างกฎของ SEC ก็มีโอกาสถูกปรับปรุงใหม่ให้ไม่ขัดแย้งกับการหารือในสภาคองเกรส
การหารือครั้งนี้เชื่อมโยงกับกรอบการออกสัญญาการลงทุนคริปโตที่ SEC เคยพิจารณามาก่อนหน้านี้ ทางทีมข่าวเคยรายงานว่า SEC เสนอแนวทางยกเว้นการจดทะเบียนสำหรับสัญญาการลงทุนคริปโต มาแล้ว
สิ่งที่วงการจับตาคือ 'ขอบเขต' ของข้อยกเว้นด้านนวัตกรรมนี้ หากข้อยกเว้นมีผลบังคับใช้ โปรเจกต์ที่ออกโทเคนในระยะเริ่มต้นจะสามารถระดมทุนผ่านช่องทางที่จำกัดได้ โดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎการเสนอขายหลักทรัพย์แบบเต็มรูปแบบ
อย่างไรก็ตาม ข้อยกเว้นไม่ได้หมายความว่าเป็นกฎสุดท้าย คณะกรรมาธิการ SEC ต้องอนุมัติให้เปิดเผยร่างข้อเสนอก่อน กระบวนการรับฟังความคิดเห็นและขั้นตอนต่อเนื่องจึงจะเริ่มต้นได้
หุ้นที่แปลงเป็นโทเคน (tokenized stocks) ก็ยังเป็นประเด็นค้างอยู่เช่นกัน เรดเฟิร์นเคยแสดงความกังวลว่าการแปลงหุ้นเป็นโทเคนโดยบุคคลที่สามที่ไม่มีบริษัทผู้ออกหุ้นเข้าร่วม อาจทำให้เกิดหุ้นดิจิทัลหลายเวอร์ชันของหุ้นตัวเดียวกัน
ประเด็นนี้นำไปสู่คำถามว่าโทเคนที่นักลงทุนถืออยู่นั้นมีสิทธิความเป็นผู้ถือหุ้นจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่ล้อราคาตามหุ้นเท่านั้น ทางทีมข่าวเคยรายงานว่า SEC ผลักดันกรอบการซื้อขายหลักทรัพย์แปลงเป็นโทเคนและการออกสัญญาการลงทุนคริปโต มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บางฝ่ายมองว่าการถอนร่างครั้งนี้เป็นเพียงการปรับ 'จังหวะ' เปิดเผยข้อมูล มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนทิศทางกำกับดูแล
สำหรับนักลงทุนไทย ประเด็นนี้สะท้อนความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบของสหรัฐฯ ที่ยังเปลี่ยนแปลงได้ หากสหรัฐฯ วางกฎข้อยกเว้นสำหรับการออกโทเคนและหลักทรัพย์แปลงเป็นโทเคนสำเร็จ ก็อาจส่งผลต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ของแพลตฟอร์มเทรดและแพลตฟอร์มโทเคนไนเซชันทั่วโลกด้วย
กำหนดการถัดไปที่ยืนยันแล้วในขณะนี้คือการลงมติของวุฒิสภาในวันที่ 15 กันยายน ส่วนช่วงเวลาเสนอร่างกฎกลับมาใหม่ยังอยู่ในขั้นที่เรดเฟิร์นเพียงคาดการณ์ไว้ว่าอาจเป็นต้นเดือนตุลาคมเท่านั้น กระบวนการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการของ SEC ยังไม่เริ่มต้น
ความคิดเห็น 0