การยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐฯ ลดลงเหลือ 206,000 ราย แรงกดดันจากการเลิกจ้างยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ตัวเลขการจ้างงานและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจกลับส่งสัญญาณชะลอตัว
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ(U.S. Department of Labor) ระบุในรายงานการยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ว่า ยอดยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกแบบปรับฤดูกาลของสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 15 สิงหาคม อยู่ที่ 206,000 ราย ลดลง 6,000 รายจากตัวเลขสัปดาห์ก่อนหน้าที่ปรับปรุงใหม่เป็น 212,000 ราย ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์อยู่ที่ 204,000 ราย ส่วนยอดผู้รับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องของสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 8 สิงหาคม ใกล้แตะระดับ 1.8 ล้านราย
ยอดยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเป็นตัวชี้วัดรายสัปดาห์ที่นับจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานเป็นครั้งแรก เนื่องจากสะท้อนแรงกดดันด้านการเลิกจ้างของภาคธุรกิจได้ค่อนข้างรวดเร็ว จึงถูกใช้เป็น ‘ตัวชี้วัดล่วงหน้า’ เพื่อประเมินทิศทางตลาดแรงงานและความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัว
ตัวเลขล่าสุดต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ราว 210,000 ราย ก่อนหน้านี้ TokenPost รายงานว่ายอดยื่นขอรับสวัสดิการในสัปดาห์เดียวกันต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เช่นกัน
หากดูจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว การเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากในภาคธุรกิจยังคงมีจำกัด ยอดยื่นขอรับสวัสดิการครั้งแรกเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำมาหลายปี ขณะที่ยอดผู้รับสวัสดิการต่อเนื่องก็ไม่ได้สูงกว่าระดับ 1.8 ล้านรายไปมากนัก
แต่การที่ยอดยื่นขอรับสวัสดิการอยู่ในระดับต่ำเพียงอย่างเดียว ไม่อาจสรุปได้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ‘แข็งแกร่ง’ เสมอไป แม้การเลิกจ้างจะน้อย แต่หากการจ้างงานใหม่ชะลอตัวลงพร้อมกัน ภาพรวมกำลังของตลาดแรงงานก็อาจอ่อนแอลงได้
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ(BLS) รายงานตัวเลขการจ้างงานเดือนกรกฎาคมว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลง 23,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 4.1% ส่วนอัตราการเข้าร่วมกำลังแรงงานอยู่ที่ 61.4% ลดลง 0.1 จุดจากเดือนก่อนหน้า
ผลสำรวจครัวเรือนพบว่าจำนวนผู้มีงานทำลดลง 87,000 คน และกำลังแรงงานโดยรวมลดลง 264,000 คน โครงสร้างเช่นนี้สะท้อนว่าการลดลงของอัตราการว่างงานไม่ได้อธิบายได้ด้วยการขยายตัวของการจ้างงานเพียงอย่างเดียว
ตัวชี้วัดตำแหน่งงานว่างและการโยกย้ายแรงงานก็แสดงทิศทางคล้ายกัน รายงาน JOLTS เดือนมิถุนายนของ BLS ระบุว่ายอดตำแหน่งงานว่างอยู่ที่ 7.4 ล้านตำแหน่ง แทบไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ยอดการจ้างงานใหม่ทรงตัวอยู่ที่ 5.3 ล้านคน
ยอดลาออกจากงานอยู่ที่ 3.2 ล้านคน ส่วนยอดเลิกจ้างและปลดพนักงานอยู่ที่ 1.8 ล้านคน โดยความผันผวนของทั้งสองตัวเลขมีไม่มาก สะท้อนภาพที่ภาคธุรกิจไม่ได้ปลดพนักงานจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้เร่งจ้างงานใหม่เช่นกัน
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจก็ทำให้การตีความตัวเลขการจ้างงานซับซ้อนขึ้น สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ(BEA) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP) ที่แท้จริงในไตรมาส 2 ขยายตัว 1.5% ต่อปี
ตัวเลขนี้ต่ำกว่าอัตราการเติบโตไตรมาส 1 ที่ 2.1% แม้การบริโภคและการลงทุนจะเพิ่มขึ้น แต่การใช้จ่ายภาครัฐที่ลดลงและการลงทุน-การส่งออกที่ชะลอตัวเป็นปัจจัยฉุดอัตราการเติบโตลง
ซีโร่เฮดจ์(ZeroHedge) ระบุว่า ขณะที่ยอดยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังอยู่ในระดับต่ำ แต่การจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการเข้าร่วมกำลังแรงงาน ตำแหน่งงานว่าง-การจ้างงานใหม่ และอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจกลับชะลอตัวลงพร้อมกัน โดยตีความสถานการณ์นี้ว่าเป็นภาวะที่ ‘การเลิกจ้างต่ำ’ และ ‘การจ้างงานใหม่ต่ำ’ เกิดขึ้นพร้อมกัน
สำหรับนักลงทุนไทย ประเด็นสำคัญคือทิศทางของตัวชี้วัดตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังไม่ไปในทางเดียวกัน ยอดยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกไม่ได้ส่งสัญญาณเศรษฐกิจทรุดตัวรุนแรง แต่ตัวเลขการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจกลับแสดงความเร็วที่ชะลอลง
ผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์(BTC) ยังต้องติดตามควบคู่ไปกับความคาดหวังต่ออัตราดอกเบี้ย ทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และรายงานการจ้างงานรอบถัดไป โดยประเด็นที่ตลาดจะจับตาต่อจากนี้คือการชะลอตัวของการจ้างงานจะเปลี่ยนความคาดหวังต่อนโยบายการเงินหรือไม่
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ยอดยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ, รายงานการจ้างงานเดือนกรกฎาคม BLS, JOLTS เดือนมิถุนายน BLS, GDP ไตรมาส 2 BEA, ต้นฉบับ ZeroHedge
ความคิดเห็น 0