เอสเค ซิเคียวริตี้ส์(SK Securities, 001510) เป็นเจ้าภาพจัดโรดโชว์ในประเทศเกาหลีใต้ให้กับวิซซิโอ เทคโนโลจีส์(Vizzio Technologies) บริษัทด้านการทำแผนที่ 3 มิติและดิจิทัลทวินจากสิงคโปร์ เป็นเวลา 3 วัน
เอสเค ซิเคียวริตี้ส์ระบุเมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ว่าโรดโชว์ในประเทศของวิซซิโอจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในประเทศ ขยายโอกาสทางธุรกิจ และหารือความเป็นไปได้ในการร่วมลงทุนกับนักลงทุนสถาบัน
วิซซิโอเป็นบริษัทสัญชาติสิงคโปร์ที่ทำงานด้านการทำแผนที่ 3 มิติ ดิจิทัลทวิน และระบบควบคุมที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์(AI) จุดเด่นของบริษัทคือการสร้างแผนที่ 3 มิติความละเอียดสูงระดับเมืองและดิจิทัลทวินจากข้อมูลดาวเทียมเพียงอย่างเดียว พร้อมใช้กล้องที่มีชิป AI รับรู้และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่แบบเรียลไทม์
เทคโนโลยีหลักของวิซซิโอคือระบบควบคุมดิจิทัลทวินแบบ '4D live' ที่ผสานแผนที่ 3 มิติเข้ากับการควบคุมแบบเรียลไทม์ ดิจิทัลทวินคือเทคโนโลยีที่จำลองพื้นที่หรือสิ่งปลูกสร้างจริงขึ้นในสภาพแวดล้อมเสมือน เพื่อติดตามสถานะการทำงานและสนับสนุนการตัดสินใจ
แนวทางของวิซซิโอคือการสร้างข้อมูลเชิงพื้นที่ของเมืองและสิ่งปลูกสร้างในรูปแบบ 3 มิติก่อน จากนั้นจึงเชื่อมโยงกับภาพวิดีโอและข้อมูลจากเซ็นเซอร์แบบเรียลไทม์ จุดเน้นของเทคโนโลยีนี้ไม่ได้อยู่แค่การสร้างแผนที่ แต่รวมถึงการช่วยรับรู้สถานการณ์และสนับสนุนการตัดสินใจในการควบคุม
สำหรับผู้อ่านในเกาหลีใต้ ความน่าสนใจของโรดโชว์ครั้งนี้อยู่ที่บทบาทของบริษัทหลักทรัพย์ในการเชื่อมโยงบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติเข้ากับตลาดในประเทศ เอสเค ซิเคียวริตี้ส์ขยายกิจกรรมที่ใช้เครือข่ายทั่วโลกเชื่อมบริษัทเทคโนโลยีต่างประเทศกับบริษัทและนักลงทุนในประเทศ นอกเหนือจากรายได้จากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการบริหารเงินลงทุนของบริษัทเอง
ก่อนหน้านี้ เอสเค ซิเคียวริตี้ส์รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 160.4% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน โดยระบุว่าผลประกอบการที่ดีขึ้นมาจากค่าธรรมเนียมนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และรายได้จากการลงทุนบัญชีของบริษัทเองที่เพิ่มขึ้น ตามมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ขยายตัว
ฮันจองโฮ(Han Jung-ho) ประธานฝ่ายธุรกิจโกลบอลของเอสเค ซิเคียวริตี้ส์ กล่าวว่า “AI และดิจิทัลทวินเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูง เพราะขอบเขตการใช้งานกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วไปยังโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ เช่น สมาร์ทซิตี้และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ” พร้อมระบุว่า “จะยังคงใช้เครือข่ายทั่วโลกค้นหาธุรกิจเทคโนโลยีที่มีศักยภาพล่วงหน้า และเชื่อมโยงกับบริษัทและนักลงทุนในประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนที่หลากหลายต่อไป” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าเอสเค ซิเคียวริตี้ส์มองบทบาทของฝ่ายธุรกิจโกลบอลว่าคือการค้นหาบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติและเชื่อมโยงกับตลาดในประเทศ ขณะที่สมาร์ทซิตี้และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเป็นสองพื้นที่ที่ต้องการทั้งข้อมูลเชิงพื้นที่ การควบคุมแบบเรียลไทม์ และประสิทธิภาพในการบริหารโครงสร้างพื้นฐานไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม หลังโรดโชว์ครั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยสัญญาการลงทุน การจับมือเป็นพันธมิตรในประเทศ หรือแผนการเข้าจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ ขอบเขตของการต่อยอดธุรกิจในประเทศและความร่วมมือด้านการลงทุนในระยะต่อไปจะชัดเจนขึ้นจากการแถลงข่าวเพิ่มเติมของเอสเค ซิเคียวริตี้ส์และวิซซิโอในอนาคต
ความคิดเห็น 0