Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

รั่วไหล 2-6% เงินช่วยเหลือโลกผ่านบิตคอยน์(BTC) งานวิจัยประเมิน

งานวิจัยชิ้นใหม่ชี้ว่าเงินช่วยเหลือบางส่วนจากธนาคารโลกอาจถูกฟอกผ่านบิตคอยน์(BTC) โดยจากการวิเคราะห์โครงการช่วยเหลือของธนาคารโลก 328 โครงการใน 93 ประเทศ ระหว่างปี 2018-2024 รวมมูลค่า 2.38 แสนล้านดอลลาร์ พบว่าเงินช่วยเหลือทุก 1 ดอลลาร์มีเงิน 'รั่วไหล' ออกไปประมาณ 2-6 เซนต์

ผลวิเคราะห์นี้มาจากรายงานชื่อ 'Crypto Capture of Foreign Aid' ของสำนักวิจัยเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐ (NBER) โดยไฟแนนเชียลไทมส์ (Financial Times, FT) นำผลการศึกษานี้มารายงาน ระบุว่าบิตคอยน์อาจถูกใช้เป็นช่องทางยักยอกและฟอกเงินช่วยเหลือ

ทีมวิจัยเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมบิตคอยน์บนบล็อกเชน การสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัลใหม่ และธุรกรรมนอกตลาด (OTC) ทั้งก่อนและหลังการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือของธนาคารโลก ผลที่ได้คือหลังเงินช่วยเหลือถูกโอนเข้า กระแสธุรกรรมเปลี่ยนจากศูนย์ซื้อขายที่มีการกำกับดูแลไปสู่ศูนย์ซื้อขายนอกประเทศและช่องทางที่ไม่ระบุตัวตน ซึ่งทีมวิจัยมองว่าสอดคล้องกับรูปแบบการฟอกเงินสามขั้นตอน คือนำเงินเข้าระบบ กระจายเส้นทาง และรวมเงินกลับเข้าสู่ระบบปกติ

ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือธุรกรรมแบบไม่ระบุตัวตน ในเดือนที่เงินช่วยเหลือถูกโอนเข้า ปริมาณธุรกรรมไม่ระบุตัวตนผ่านศูนย์ซื้อขายนอกประเทศเพิ่มขึ้นราว 137% ขณะที่ปริมาณธุรกรรมจากกระเป๋าเงินที่ระบุตัวตนเจ้าของได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ามาก การสร้างกระเป๋าเงินใหม่แบบไม่ระบุตัวตนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่การเพิ่มขึ้นของกระเป๋าเงินใหม่ที่ระบุตัวตนได้กลับไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้อยู่ยาว ปริมาณธุรกรรมไม่ระบุตัวตนที่เพิ่มขึ้นมักลดลงภายใน 1-2 เดือน เมื่อทีมวิจัยติดตามเครือข่ายธุรกรรมของโครงการช่วยเหลือขนาดใหญ่ 5 โครงการโดยเฉพาะ ก็พบสัญญาณว่าเงินไหลไปยังศูนย์ซื้อขายนอกประเทศและบริการมิกซิ่ง (mixing) หลังเงินช่วยเหลือมาถึง

ความแตกต่างยังปรากฏตามประเภทของโครงการด้วย เงินช่วยเหลือด้านคมนาคมขนส่งมีสัญญาณการรั่วไหลชัดเจน ขณะที่เงินช่วยเหลือด้านสาธารณสุขไม่พบความผิดปกติของธุรกรรมออนเชนในระดับเดียวกัน งานวิจัยระบุว่าระดับการรั่วไหลยังสัมพันธ์กับความเชื่อมโยงทางการเงินนอกประเทศที่มีอยู่เดิมของประเทศผู้รับความช่วยเหลือด้วย

ตัวเลขประมาณการครั้งนี้ต่ำกว่าการศึกษาของธนาคารโลกเมื่อปี 2022 ที่อ้างอิงข้อมูลเงินฝากในธนาคารนอกประเทศ ซึ่งประเมินว่าเงินช่วยเหลือรั่วไหลราว 7.5 เซนต์ต่อดอลลาร์ แต่งานวิจัยชิ้นนี้วิเคราะห์เฉพาะบิตคอยน์เท่านั้น ทีมวิจัยระบุว่าสเตเบิลคอยน์ถูกใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงินอย่างแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบัน จึงมีความเป็นไปได้ที่ขนาดการรั่วไหลจริงจะสูงกว่าตัวเลขที่ประเมินไว้นี้

ประเด็นนี้สะท้อนความท้าทายเรื่องการติดตามและกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่าประเด็นเรื่องราคาบิตคอยน์ ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่มีใบอนุญาตในดูไบถูกระบุว่าเป็นช่องทางของเครือข่ายหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร งานวิจัยชิ้นนี้ตอกย้ำว่าสินทรัพย์ดิจิทัลอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือปกปิดเส้นทางเงิน แต่ในขณะเดียวกัน สมุดบัญชีสาธารณะของบล็อกเชนก็อาจเป็นเบาะแสสำคัญที่ช่วยให้ติดตามและเรียกคืนเงินได้เช่นกัน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1