ระหว่างที่บิตคอยน์(BTC) เข้าสู่ช่วง 'ปรับฐาน' ในวันหยุดสุดสัปดาห์ สถานะลองของคริปโตทั้งตลาดถูกปิดไปรวม 250.57 ล้านดอลลาร์ในรอบ 24 ชั่วโมง ขณะที่สถานะลองของบิตคอยน์(BTC) เพียงเหรียญเดียวถูกปิดไป 55.82 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน ตัวเลขทั้งสองชุดนี้ต้องแยกจากกันให้ชัดเจน เพราะสะท้อนขอบเขตข้อมูลที่ต่างกัน
เว็บไซต์ CryptoSlate อ้างอิงข้อมูลจาก CoinGlass รายงานว่า ในช่วง 4 ชั่วโมงรอบเวลา 07.00 น. (UTC) ของวันที่ 23 สิงหาคม หรือประมาณ 14.00 น. ตามเวลาประเทศไทย สถานะลองของคริปโตทั้งตลาดถูกปิดไป 118.39 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้เป็นส่วนของบิตคอยน์(BTC) 38.66 ล้านดอลลาร์
เมื่อคิดเป็นรอบ 24 ชั่วโมง ยอดปิดสถานะทั้งหมดของตลาดคริปโตอยู่ที่ 339.73 ล้านดอลลาร์ โดยเป็นสถานะลอง 250.57 ล้านดอลลาร์ และในจำนวนนี้เป็นสถานะลองของบิตคอยน์(BTC) เพียง 55.82 ล้านดอลลาร์ กล่าวคือ ตัวเลข 250 ล้านดอลลาร์ตามพาดหัวข่าวต้นทาง ไม่ใช่ยอดปิดสถานะของบิตคอยน์(BTC) เพียงเหรียญเดียว แต่เป็นยอดปิดสถานะลองของคริปโตทั้งตลาด
ดัชนีตลาดอนุพันธ์ในช่วงนี้ชี้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การก่อตัวของ 'เลเวอเรจ' ใหม่ แต่เป็นการลดขนาดสถานะเดิมที่มีอยู่ ปริมาณสัญญาคงค้าง (Open Interest) ของฟิวเจอร์สบิตคอยน์(BTC) อยู่ที่ 54.54 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 2.65% จาก 24 ชั่วโมงก่อนหน้า ขณะที่อัตราฟันดิง (Funding Rate) ของฟิวเจอร์สไม่มีวันหมดอายุสายหลักยังคงอยู่ใกล้เกณฑ์ 0.01%
สัญญาคงค้าง คือ ขนาดของสัญญาฟิวเจอร์สที่ยังไม่ถูกปิดสถานะหรือยังไม่ครบกำหนด ส่วนอัตราฟันดิง คือ ค่าธรรมเนียมที่ฝ่ายลองและฝ่ายชอร์ตจ่ายให้กันเพื่อไม่ให้ราคาฟิวเจอร์สไม่มีวันหมดอายุห่างจากราคาสปอตมากเกินไป เนื่องจากข้อมูลการปิดสถานะเป็นดัชนีตามหลังที่รวบรวมจากสถานะที่ปิดไปแล้วเท่านั้น การจะสรุปทิศทางราคาจึงต้องพิจารณาสัญญาคงค้าง อัตราฟันดิง และอุปสงค์อุปทานในตลาดสปอตประกอบกัน
แยกตามเว็บเทรด ไบแนนซ์ (Binance) มียอดปิดสถานะคริปโตทั้งหมดในรอบ 4 ชั่วโมงสูงสุดที่ 65.02 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้เป็นสถานะลอง 58.64 ล้านดอลลาร์ ส่วนออร์เดอร์เดี่ยวที่ถูกปิดสถานะมากที่สุดคือคู่เทรดอีเธอเรียม(ETH)/เทเธอร์(USDT) บนไบแนนซ์ มูลค่า 11.72 ล้านดอลลาร์
การปรับฐานครั้งนี้เกิดขึ้นในทิศทางตรงข้ามกับแรงรีบาวด์ในสัปดาห์ก่อนหน้า สำนักข่าว AP รายงานว่า ระหว่างที่บิตคอยน์(BTC) ขึ้นไปเหนือระดับ 77,000 ดอลลาร์ ตลอดสัปดาห์มีสถานะขาลง (short) ถูกปิดไปกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ กล่าวได้ว่าในช่วงกลางสัปดาห์สถานะชอร์ตถูกบีบออกจากตลาด ส่วนช่วงสุดสัปดาห์กลับเป็นสถานะลองที่ถูกสะสางแทน
เบื้องหลังแรงรีบาวด์ช่วงกลางสัปดาห์ มีการพูดถึงแผนขยายวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง AP รายงานว่า แถลงการณ์ของกระทรวงการคลังและคำพูดสนับสนุนคริปโตของประธานาธิบดีทรัมป์ (Donald Trump) กระตุ้นความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง ด้าน MarketWatch รายงานว่า หลังแถลงการณ์ของกระทรวงการคลัง เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงพร้อมกับราคาบิตคอยน์(BTC) และทองคำที่ปรับตัวขึ้น
อย่างไรก็ตาม ดัชนีที่บ่งชี้การปรับฐานช่วงสุดสัปดาห์โดยตรงคือสัญญาคงค้างที่ลดลงและอัตราฟันดิงที่นิ่งอยู่ใกล้เกณฑ์ปกติ การที่อัตราฟันดิงยังอยู่ใกล้เกณฑ์ หมายความว่าภาระต้นทุนระหว่างฝ่ายลองกับฝ่ายชอร์ตในตลาดฟิวเจอร์สไม่มีวันหมดอายุค่อนข้างสมดุลกัน แม้จะใช้อัตราฟันดิงเพียงอย่างเดียวตัดสินทิศทางราคาสปอตไม่ได้ แต่สัญญาณที่บ่งชี้ว่ามีสถานะลองที่ร้อนแรงไหลเข้าตลาดใหม่จำนวนมากนั้นค่อนข้างอ่อน
กระแสอุปสงค์ในตลาดสปอตกลับไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับการปิดสถานะในตลาดอนุพันธ์เสมอไป ข้อมูลจาก Farside Investors ระบุว่า กองทุน ETF บิตคอยน์(BTC) สปอตของสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิวันที่ 19 สิงหาคม 517.2 ล้านดอลลาร์ วันที่ 20 สิงหาคม 606.3 ล้านดอลลาร์ และวันที่ 21 สิงหาคม 307.5 ล้านดอลลาร์
กระแสเงินของ ETF จะถูกนับตามวันทำการซื้อขาย เนื่องจากช่องทางการสร้างและไถ่ถอนหน่วยลงทุนของ ETF ปิดทำการในวันหยุดสุดสัปดาห์ จึงยากที่จะนำตัวเลขนี้มาเทียบกับยอดปิดสถานะในตลาดอนุพันธ์ช่วงสุดสัปดาห์แบบช่วงเวลาเดียวกัน การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงถูกตีความว่า เป็นภาวะที่สถานะเลเวอเรจในตลาดอนุพันธ์ถูกลดขนาดลงก่อน มากกว่าจะเป็นสัญญาณว่าอุปสงค์ในตลาดสปอตกลับตัวลงทันที
ธรรมชาติของตลาดอนุพันธ์คริปโตคือ แม้ราคาจะเคลื่อนไหวไม่มาก แต่หากขนาด 'เลเวอเรจ' ในตลาดใหญ่พอ ก็สามารถเกิดการปิดสถานะแบบลูกโซ่ได้ โดยเฉพาะฟิวเจอร์สไม่มีวันหมดอายุที่ไม่มีกำหนดครบสัญญา จึงสามารถถือสถานะได้นาน แต่หากหลักประกันไม่เพียงพอ ก็อาจถูกบังคับปิดสถานะทันทีที่ราคาสวนทางกับสถานะที่ถืออยู่ ด้วยเหตุนี้ ยอดปิดสถานะจึงเป็นดัชนีที่สะท้อน 'โครงสร้างสถานะ' ในตลาดมากกว่าจะสะท้อนอารมณ์ตลาดโดยตรง
สำหรับนักลงทุนในไทย ตัวเลขยอดปิดสถานะและอัตราฟันดิงไม่ใช่เพียงดัชนีตลาดอนุพันธ์ต่างประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกัน หากสถานะเลเวอเรจในเว็บเทรดต่างประเทศเทกระจุกไปด้านใดด้านหนึ่ง ความผันผวนของราคาสปอตบิตคอยน์(BTC) ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และอาจส่งผลต่อราคาตลาดในประเทศตามมาภายหลังด้วยช่วงเวลาที่ห่างกัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลชุดนี้เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะชี้ทิศทางราคาต่อจากนี้ได้อย่างชัดเจน
หน้าฟิวเจอร์สบิตคอยน์(BTC) ของ CoinGlass ระบุ ณ วันที่ 24 สิงหาคม ว่าราคาบิตคอยน์(BTC) อยู่ที่ 77,485 ดอลลาร์ และสัญญาคงค้างอยู่ที่ 55.76 พันล้านดอลลาร์ แม้ผ่านการปิดสถานะช่วงสุดสัปดาห์ไปแล้ว ตัวเลขในตลาดก็ยังคงเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ประเด็นสำคัญของการปรับฐานครั้งนี้ คือการแยกให้ออกระหว่างยอดปิดสถานะลองของคริปโตทั้งตลาดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ 250.57 ล้านดอลลาร์ กับยอดปิดสถานะลองของบิตคอยน์(BTC) เพียงเหรียญเดียวที่ 55.82 ล้านดอลลาร์
ความคิดเห็น 0