บิตคอยน์(BTC) ปรับตัวขึ้นราว 22% ในช่วงเวลาไม่กี่วัน แต่สัญญาคงค้าง (Open Interest) ที่นับเป็นหน่วยบิตคอยน์กลับลดลงราว 11% สวนทางกับสัญญาคงค้างที่คำนวณเป็นดอลลาร์ซึ่งเพิ่มขึ้นราว 8% ในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนว่าขนาดสัญญาที่ค้างอยู่ในตลาดอนุพันธ์จริงๆ แล้วหดตัวลงเมื่อวัดเป็นจำนวนเหรียญ
ซานติเมนต์(Santiment) แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลออนเชน เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) ว่าราคาเฉลี่ยของบิตคอยน์ในช่วงวันที่ 12-18 สิงหาคม อยู่ที่ประมาณ 63,500 ดอลลาร์ ก่อนขยับขึ้นมาอยู่ที่ราว 77,700 ดอลลาร์ในวันที่ 23 สิงหาคม ขณะเดียวกันสัญญาคงค้างที่นับเป็นบิตคอยน์กลับลดลงจากราว 353,500 BTC ก่อนหน้านี้ เหลือประมาณ 312,600 BTC ในวันที่ 23 สิงหาคม ซึ่งซานติเมนต์ระบุว่าเป็นระดับ 'ต่ำสุด' ในรอบอย่างน้อยหนึ่งเดือน
สัญญาคงค้าง หมายถึงขนาดของสัญญาอนุพันธ์ ทั้งฟิวเจอร์สและออปชัน ที่ยังไม่ถูกปิดหรือหมดอายุ ตัวเลขนี้มักใช้สะท้อนขนาดโพซิชันที่ใช้เลเวอเรจซึ่งยังคงค้างอยู่ในตลาด แต่ไม่ได้บอกทิศทางของโพซิชันว่าเป็นฝั่งซื้อหรือฝั่งขายเพียงลำพัง
สาเหตุที่ตัวเลขสองชุดสวนทางกันอยู่ที่หน่วยที่ใช้วัด สัญญาคงค้างที่นับเป็นบิตคอยน์ลดลง แต่เมื่อคำนวณเป็นดอลลาร์กลับเพิ่มขึ้นราว 8% ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งอธิบายได้ว่าความเร็วที่ราคาบิตคอยน์ปรับขึ้นนั้นเร็วกว่าความเร็วที่สัญญาถูกปิดลง ทำให้มูลค่ารวมเมื่อแปลงเป็นดอลลาร์ขยายตัวขึ้น
หากพิจารณาจากจำนวนบิตคอยน์ การตีความจะต่างออกไป เพราะขนาดสัญญาที่ค้างอยู่จริงลดลง และซานติเมนต์มองว่าตัวเลขที่นับเป็นบิตคอยน์สะท้อนภาพการ 'ลดเลเวอเรจ' ได้ตรงกว่า
ข้อมูลนี้ชี้ว่าราคาที่ปรับขึ้นไม่ได้มาจากการไหลเข้าของเลเวอเรจใหม่เพียงอย่างเดียว เพราะระหว่างที่ราคาปรับขึ้น มีบางโพซิชันถูกปิดไปพร้อมกัน แต่ราคาบิตคอยน์ก็ยังคงขยับขึ้นไปสู่ระดับที่สูงกว่าเดิมได้
อย่างไรก็ตาม สัญญาคงค้างที่ลดลงไม่ได้บ่งชี้ทิศทางราคาโดยตรง เพราะเป็นเพียงตัวเลขที่แสดงขนาดความเสี่ยงจากอนุพันธ์ที่ยังค้างอยู่ในตลาด ไม่ใช่ตัวชี้วัดว่าฝั่งซื้อหรือฝั่งขายมีน้ำหนักมากกว่ากัน
โดยทั่วไป หากราคาปรับขึ้นพร้อมกับสัญญาคงค้างที่เพิ่มขึ้น มักถูกตีความว่าอาจมีโพซิชันใหม่ไหลเข้าตลาด ในทางกลับกัน หากราคาปรับขึ้นแต่สัญญาคงค้างลดลงพร้อมกัน นักวิเคราะห์มักต้องพิจารณาว่าเป็นผลจากการปิดโพซิชันเดิม การบังคับปิดสัญญา หรือสัญญาที่หมดอายุร่วมด้วยหรือไม่
สำหรับนักลงทุนทั่วไป ตัวเลขนี้ตอกย้ำว่าการอ่านค่าสัญญาคงค้างต้องแยกหน่วยให้ชัดเจน เพราะตัวเลขที่คำนวณเป็นดอลลาร์จะรวมผลจากการเปลี่ยนแปลงของราคาเข้าไปด้วย หากต้องการดูขนาดสัญญาและระดับเลเวอเรจที่แท้จริง ควรพิจารณาตัวเลขที่นับเป็นบิตคอยน์ควบคู่กันไป
การตีความทิศทางตลาดในระยะถัดไปยังต้องอาศัยตัวชี้วัดอื่นประกอบ เช่น ความต้องการซื้อขายในตลาดสปอต โพซิชันแยกตามแต่ละเอ็กซ์เชนจ์ และอัตราฟันดิงเรต ข้อมูลที่ยืนยันได้จากรายงานนี้คือ สัญญาคงค้างที่นับเป็นบิตคอยน์ลดลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบเดือน แม้ราคาบิตคอยน์จะปรับตัวขึ้นก็ตาม
ความคิดเห็น 0