สัดส่วนปริมาณเหรียญที่อยู่ในสถานะกำไรของกลุ่มผู้ถือบิตคอยน์(BTC)ระยะสั้น เพิ่มขึ้นจาก 26.1% เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม เป็น 74.9% ในวันที่ 24 สิงหาคม หลังราคาบิตคอยน์ฟื้นตัวขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เหรียญส่วนใหญ่ที่เคยอยู่ในสถานะขาดทุนกลับมาอยู่ในโซนกำไรอีกครั้ง
Odaily รายงานเมื่อเวลา 9:04 น. วันที่ 24 (เวลาเกาหลีใต้) ว่า อักเซล แอดเลอร์ จูเนียร์(Axel Adler Jr.) นักวิเคราะห์จากคริปโตควอนต์(CryptoQuant) เป็นผู้เปิดเผยตัวเลขดังกล่าว โดยระบุว่าในช่วง 8 วันที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์ปรับตัวขึ้นจากประมาณ 63,000 ดอลลาร์ สู่ระดับ 77,000 ดอลลาร์
ผู้ถือระยะสั้น หมายถึงกลุ่มนักลงทุนที่เพิ่งเข้าซื้อบิตคอยน์มาไม่นาน การที่สัดส่วนเหรียญในสถานะกำไรเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าปริมาณเหรียญที่มีราคาต้นทุนต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบันมีมากขึ้น หากเทียบกับช่วงที่ผู้ถือระยะสั้นโอนบิตคอยน์กว่า 32,000 เหรียญเข้ากระดานเทรดทั้งที่ยังอยู่ในสถานะขาดทุนเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม จะเห็นว่าสถานะกำไร-ขาดทุนของกลุ่มเดียวกันนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ตัวชี้วัดปริมาณเหรียญที่ไหลเข้ากระดานเทรดก็เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน อักเซล แอดเลอร์ จูเนียร์ ระบุว่า ตัวเลขกำไร-ขาดทุนสุทธิของเหรียญที่ผู้ถือระยะสั้นส่งเข้ากระดานเทรด พลิกจากติดลบเป็นบวก และแตะระดับ +28,600 BTC ณ วันที่ 24 สิงหาคม ซึ่งสูงกว่าระดับ +25,000 BTC
การที่เหรียญไหลเข้ากระดานเทรดไม่ได้หมายความว่าจะมีการเทขายเกิดขึ้นจริงในทันที แต่เมื่อเหรียญที่ถืออยู่ถูกโอนเข้ากระดานเทรด ก็มีความเป็นไปได้ที่จะถูกตีความว่าเป็นปริมาณเหรียญที่พร้อมขาย ตัวเลขชุดนี้จึงถูกนำเสนอในฐานะสัญญาณออนเชนที่ควรพิจารณาควบคู่กับทิศทางราคา เนื่องจากช่วงที่ผู้ถือระยะสั้นกลับมามีกำไร เป็นช่วงเดียวกับที่ปริมาณเหรียญไหลเข้ากระดานเทรดเพิ่มขึ้นด้วย
การวิเคราะห์ครั้งนี้ให้ความสำคัญกับจุดที่สถานะกำไร-ขาดทุนของผู้ถือระยะสั้น และทิศทางการโอนเหรียญเข้ากระดานเทรด เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกันในช่วงที่ราคาฟื้นตัว ส่วนคำถามที่ว่าปริมาณเหรียญในสถานะกำไรที่เพิ่มขึ้นจะนำไปสู่การเทขายจริงหรือไม่นั้น ยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวของการซื้อขายหลังเหรียญไหลเข้ากระดานเทรดต่อไป
อักเซล แอดเลอร์ จูเนียร์ มองว่า หากตัวเลขกำไร-ขาดทุนสุทธิของเหรียญที่ไหลเข้ากระดานเทรดยังคงอยู่เหนือระดับ +25,000 BTC ต่อไป ขณะที่แรงส่งขาขึ้นของบิตคอยน์ชะลอตัวลง ความเสี่ยงที่ผู้ถือระยะสั้นจะเทขายพร้อมกันอาจเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน เขาอธิบายว่าหากตัวเลขนี้ลดลงมาใกล้ระดับ 0 และราคายังคงทรงตัวได้ ก็อาจสะท้อนว่าแรงกดดันด้านการขายที่แฝงอยู่ผ่อนคลายลง
ความคิดเห็น 0