Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ระดมทุน 6.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ฟาสเซ็ต(Fasset) มูลค่าทะลุพันล้าน ขยายพันธมิตรเอสบีไอ

ฟาสเซ็ต(Fasset) ระดมทุนรอบซีรีส์ซี (Series C) มูลค่า 68 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่ากิจการของบริษัทแตะระดับ 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยรอบระดมทุนครั้งนี้นำโดยเอสบีไอ กรุ๊ป(SBI Group) จากญี่ปุ่น และเงินทุนที่ได้จะนำไปใช้ขยายโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินและหักบัญชีด้วยสเตเบิลคอยน์(stablecoin) รวมถึงระบบที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ฟาสเซ็ตเปิดเผยในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 ว่า การระดมทุนครั้งนี้ทำให้ยอดระดมทุนสะสมของบริษัทในปี 2026 เพิ่มขึ้นเป็น 119 ล้านดอลลาร์ โดยก่อนหน้านี้บริษัทระดมทุนซีรีส์บี (Series B) ไปแล้ว 51 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และการระดมทุนซีรีส์ซีครั้งนี้ทำให้ฟาสเซ็ตก้าวเข้าสู่กลุ่มยูนิคอร์นฟินเทคระดับโลกอย่างเป็นทางการ

ประเด็นที่มีนัยสำคัญมากกว่าการระดมทุนในครั้งนี้คือความสัมพันธ์ที่ขยายตัวกับเอสบีไอ กรุ๊ป โดยเอสบีไอ โฮลดิ้งส์(SBI Holdings) เปิดเผยในเอกสารแจ้งตลาดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายนว่า บริษัทได้เข้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ในฟาสเซ็ตเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 พร้อมระบุว่าบริษัทลูกอย่างเอสบีไอ รีมิท(SBI Remit) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MoU) ร่วมกับฟาสเซ็ต เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการโอนเงินระหว่างประเทศยุคใหม่

เอสบีไอ รีมิท เป็นบริษัทในเครือเอสบีไอ กรุ๊ป ที่รับผิดชอบธุรกิจโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่งเอสบีไอ โฮลดิ้งส์ระบุในเอกสารฉบับเดียวกันว่า ยอดโอนเงินสะสมของเอสบีไอ รีมิท มีมูลค่าเกิน 2.5 ล้านล้านเยน และมีเครือข่ายที่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารในประมาณ 200 ประเทศทั่วโลก

ฟาสเซ็ตถูกวางตำแหน่งเป็นพันธมิตรที่จะนำโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์และผลิตภัณฑ์คริปโทเคอร์เรนซีเข้ามาผสานกับเครือข่ายดังกล่าว หลังจากเอสบีไอ กรุ๊ปเปิดเผยการลงทุนเชิงกลยุทธ์และข้อตกลงความร่วมมือด้านการโอนเงินไปก่อนในเดือนมิถุนายน ก่อนจะเข้ามานำรอบระดมทุนในเดือนสิงหาคม ความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายจึงกลายเป็นโครงสร้างที่ผูกทั้งความสัมพันธ์ด้านเงินทุนและความร่วมมือทางธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน

โครงสร้างพื้นฐานหลักที่ฟาสเซ็ตชูขึ้นมาคือเครือข่ายของตนเองที่ชื่อ ‘Own Network’ โดยบริษัทระบุว่าเครือข่ายนี้เชื่อมโยงธนาคาร ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการชำระเงิน ผู้จัดหาสภาพคล่อง ผู้ให้บริการดูแลสินทรัพย์ (custody) และเครือข่ายหักบัญชีเข้าไว้ด้วยกัน

เงินทุนรอบนี้มีแผนนำไปใช้ขยาย Own Network เสริมระบบการหักบัญชีด้วยสเตเบิลคอยน์ พัฒนา ‘คอร์ริดอร์แบงกิ้ง’ (corridor banking) โครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์โทเคไนซ์ (tokenized asset) และยกระดับระบบปัญญาประดิษฐ์เชิงเอเจนต์ (agentic AI) ทั้งนี้คอร์ริดอร์แบงกิ้งหมายถึงโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่เชื่อมเส้นทางการโอนเงินระหว่างประเทศ สกุลเงิน และเครือข่ายการชำระเงินเข้าด้วยกัน

ตัวเลขด้านการดำเนินงานของฟาสเซ็ตมีความแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาที่เปิดเผย โดยเอสบีไอ โฮลดิ้งส์ระบุในเอกสารเดือนมิถุนายนว่า ฟาสเซ็ตมีมูลค่าธุรกรรมต่อปีอยู่ที่ 32,000 ล้านดอลลาร์ และมีจำนวนกระเป๋าเงินดิจิทัลมากกว่า 2 ล้านบัญชี

ขณะที่ฟาสเซ็ตระบุในแถลงการณ์เดือนสิงหาคมว่า บริษัทมีมูลค่าธุรกรรมต่อปีมากกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ มีจำนวนกระเป๋าเงินดิจิทัลมากกว่า 3 ล้านบัญชี และให้บริการครอบคลุม 125 ประเทศ กับองค์กรมากกว่า 1,000 แห่ง ทั้งนี้ตัวเลขทั้งสองชุดมีช่วงเวลาอ้างอิงต่างกัน จึงไม่สามารถนำมาเทียบกันโดยตรงในประโยคเดียวได้

สเตเบิลคอยน์คือคริปโทเคอร์เรนซีที่ออกแบบให้มูลค่าผูกติดกับสกุลเงินตามกฎหมายอย่างดอลลาร์สหรัฐหรือสินทรัพย์อ้างอิงอื่น เดิมทีถูกใช้เป็นสินทรัพย์ซื้อขายภายในกระดานเทรดเป็นหลัก แต่ในระยะหลังเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะเครื่องมือเสริมโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินเดิม ทั้งการโอนเงินข้ามพรมแดน การหักบัญชีระหว่างองค์กร และการชำระเงินผ่านบัตร

กรณีของฟาสเซ็ตจึงอยู่ในกระแสที่นำสเตเบิลคอยน์มาวางบทบาทเป็นชั้นการชำระเงินและหักบัญชี มากกว่าการเป็นเพียงสินทรัพย์ซื้อขาย ทั้งนี้ ทีมข่าวเคยรายงานข่าวการระดมทุนที่ทำให้มูลค่ากิจการของฟาสเซ็ตแตะ 1,000 ล้านดอลลาร์มาก่อนหน้านี้ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีการเปิดเผยแผนการใช้เงินทุนที่ชัดเจน

ฟาสเซ็ตก่อตั้งขึ้นในปี 2019 โดยโมฮัมหมัด ราฟี ฮอสเซน(Mohammad Raafi Hossain) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ร่วมกับแดเนียล อาห์เหม็ด(Daniel Ahmed) โดยบริษัทระบุว่าจนถึงปัจจุบันระดมทุนสะสมไปแล้วกว่า 150 ล้านดอลลาร์

โยชิทากะ คิตาโอะ(Yoshitaka Kitao) ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอสบีไอ โฮลดิ้งส์ กล่าวในแถลงการณ์ของฟาสเซ็ตว่า “โครงสร้างพื้นฐานการโอนเงินระหว่างประเทศและการหักบัญชีที่ใช้สเตเบิลคอยน์เป็นฐาน ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในวิสัยทัศน์เศรษฐกิจดิจิทัลภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของเอสบีไอด้วยเช่นกัน” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าเอสบีไอมองความเชื่อมโยงระหว่างการโอนเงินระหว่างประเทศกับโครงสร้างพื้นฐานการเงินบนบล็อกเชนเป็นเหตุผลหลักที่เข้านำรอบระดมทุนครั้งนี้

โมฮัมหมัด ราฟี ฮอสเซน ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอฟาสเซ็ต กล่าวในแถลงการณ์ฉบับเดียวกันว่า “ก้าวต่อไปคือการสร้างระบบธนาคารที่เชื่อมโยงคนกับคน สินทรัพย์กับสินทรัพย์ และเครือข่ายการชำระเงินกับเครือข่ายการชำระเงินได้ทุกรูปแบบ” โดยบริษัทเลือกอธิบายการลงทุนครั้งนี้ในบริบทของการเข้าถึงบริการทางการเงินและการขยายโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน มากกว่าการเน้นที่ตัวเลขมูลค่ากิจการ

เดอะบล็อก(The Block) รายงานข่าวการระดมทุน 68 ล้านดอลลาร์และมูลค่ากิจการที่แตะ 1,000 ล้านดอลลาร์ของฟาสเซ็ตในวันเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขรายได้ กำไร ความสามารถในการทำกำไรของฟาสเซ็ต และจำนวนเงินลงทุนที่ชัดเจนของเอสบีไอ กรุ๊ปยังไม่มีการเปิดเผย

ตัวเลขมูลค่าธุรกรรมและจำนวนกระเป๋าเงินที่ฟาสเซ็ตนำเสนอเป็นข้อมูลจากการแถลงของบริษัทและนักลงทุนเป็นหลัก สิ่งที่ได้รับการยืนยันใหม่จากการประกาศครั้งนี้คือแผนการใช้เงินทุนและความต่อเนื่องของความร่วมมือกับเอสบีไอ รีมิท ส่วนขอบเขตการนำไปใช้จริงในตลาดการชำระเงินคาดว่าจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นในกระบวนการขยายบริการระยะต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1