กองทุน ETF บิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) แบบสปอตในสหรัฐฯ มีเงิน 'ไหลเข้าสุทธิ' รวม 491.5 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) และนับตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคมเป็นต้นมา ทั้งสองกลุ่มสินทรัพย์มีกระแสเงินไหลเข้าสุทธิต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 5 แล้ว
ตามข้อมูลรายวันของ Farside Investors ระบุว่าเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ETF บิตคอยน์แบบสปอตในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้า 307.5 ล้านดอลลาร์ ส่วน ETF อีเธอเรียมแบบสปอตมีเงินไหลเข้า 184.0 ล้านดอลลาร์ เมื่อรวมตัวเลขทั้งสองจะได้ 491.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหากปัดเศษจะอยู่ที่ประมาณ 492.0 ล้านดอลลาร์
เงินทุนส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ของแบล็คร็อค(BlackRock) โดยฝั่ง ETF บิตคอยน์ กองทุน IBIT ของแบล็คร็อคมีเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุดที่ 239.3 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ฝั่ง ETF อีเธอเรียม กองทุน ETHA ของแบล็คร็อคดึงเงินเข้ามาได้ 150.8 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่มีนัยสำคัญมากกว่าคือภาพรวมรายสัปดาห์ สำนักข่าว The Block วิเคราะห์ข้อมูลจาก SoSoValue และรายงานว่าในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 17-21 สิงหาคม ETF บิตคอยน์แบบสปอตในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.92 พันล้านดอลลาร์ ส่วน ETF อีเธอเรียมแบบสปอตมีเงินไหลเข้าสุทธิ 697.2 ล้านดอลลาร์
เมื่อรวมทั้งสองกลุ่มสินทรัพย์ ยอดไหลเข้าสุทธิรายสัปดาห์อยู่ที่ราว 2.6 พันล้านดอลลาร์ The Block ระบุว่านี่เป็นสัปดาห์ที่มีเงินไหลเข้าแข็งแกร่งที่สุดของ ETF ทั้งสองประเภทนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025
ก่อนหน้านั้นในสัปดาห์ก่อน ETF ทั้งสองกลุ่มมีเงินไหลออกสุทธิรวมกันถึง 392 ล้านดอลลาร์ เท่ากับว่าภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว ทิศทางเงินทุนพลิกจากไหลออกกลับมาเป็นไหลเข้า ขณะที่มูลค่าการซื้อขายรายสัปดาห์ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดย ETF บิตคอยน์มีมูลค่าซื้อขายรวม 2.21 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วน ETF อีเธอเรียมอยู่ที่ 6.9 พันล้านดอลลาร์
ETF แบบสปอตคือกองทุนรวมที่ออกแบบมาให้เคลื่อนไหวตามราคาสินทรัพย์อ้างอิงโดยตรง การมีเงินไหลเข้าสุทธิหมายความว่าเงินที่เข้ามาซื้อหน่วยลงทุนใหม่มากกว่าเงินที่ถูกไถ่ถอนออกไป ตัวเลขนี้มักถูกใช้เป็นดัชนีสะท้อนพฤติกรรมของสถาบันและนักลงทุนมืออาชีพ แต่การไหลเข้าเพียงหนึ่งวันหรือหนึ่งสัปดาห์ยังไม่สามารถใช้ฟันธงทิศทางราคาของสินทรัพย์อ้างอิงได้
กระแสเงินทุนรอบนี้ต่อเนื่องมาจากรายงานก่อนหน้าของสำนักข่าวนี้ที่ระบุว่าเงินทุนเริ่มไหลกลับเข้าสู่ ETF บิตคอยน์และอีเธอเรียมแบบสปอตในสหรัฐฯ ทั้งนี้ ตัวเลขไหลเข้าสุทธิรายวัน ไหลเข้าสุทธิรายสัปดาห์ และมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (AUM) ถือเป็นดัชนีคนละตัวที่ควรแยกพิจารณา
The Block รายงานเพิ่มเติมว่าในช่วงเวลาเดียวกัน มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของ ETF บิตคอยน์เพิ่มขึ้น 25.4% ส่วน ETF อีเธอเรียมเพิ่มขึ้น 35.9% ตัวเลขนี้รวมทั้งเงินทุนใหม่ที่ไหลเข้าและส่วนที่ราคาสินทรัพย์อ้างอิงปรับตัวขึ้นไว้ด้วยกัน จึงไม่ควรนำไปเทียบตรงกับยอดไหลเข้าสุทธิ
ด้าน CoinDesk รายงานว่าในรอบการซื้อขายวันที่ 20 สิงหาคม ETF บิตคอยน์มีเงินไหลเข้า 606.0 ล้านดอลลาร์ ส่วน ETF อีเธอเรียมมีเงินไหลเข้า 221.0 ล้านดอลลาร์ และกระแสดังกล่าวต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 21 สิงหาคมที่ทั้งสองกลุ่มยังคงมีเงินไหลเข้าสุทธิ
จอฟฟ์ เคนดริก(Geoff Kendrick) นักวิเคราะห์จากสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(Standard Chartered) ให้สัมภาษณ์กับ CoinDesk ว่าเงินไหลเข้า ETF กำลังเพิ่มขึ้น แต่กระแสนี้ยังถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้น ความเห็นนี้สะท้อนว่าแม้จะเห็นสัญญาณเงินไหลเข้าเพิ่มขึ้นชัดเจน แต่ความต่อเนื่องของแนวโน้มยังต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป
ขณะที่โจชัว ลิม(Joshua Lim) หัวหน้าฝ่ายอนุพันธ์ของ FalconX ให้ความเห็นในรายงานเดียวกันว่าหลังจากบิตคอยน์แข็งแกร่งขึ้น เงินทุนบางส่วนอาจเคลื่อนย้ายไปยังอัลต์คอยน์ มุมมองของตลาดในขณะนี้จึงแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ทั้งฝั่งที่มองว่าสถาบันยังคงเน้นซื้อบิตคอยน์เป็นหลัก และฝั่งที่มองว่าเงินทุนอาจกระจายตัวไปยังอัลต์คอยน์มากขึ้น
สำหรับนักลงทุนไทย ตัวเลขเงินไหลเข้า ETF สปอตของสหรัฐฯ มักถูกใช้เป็นดัชนีอ้างอิงเช่นกัน แต่เนื่องจากไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อขายโดยตรงในประเทศไทย จึงต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอื่นร่วมด้วย ทั้งอัตราแลกเปลี่ยน ช่วงเวลาซื้อขายของตลาดต่างประเทศ และส่วนต่างราคาบนกระดานเทรดในประเทศ การนำตัวเลขไหลเข้าสุทธิไปตีความเป็นสัญญาณลงทุนโดยตรงจึงยังทำได้ยาก
ตัวเลขของวันที่ 21 สิงหาคมได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นช่วงสุดท้ายของกระแสเงินไหลเข้าต่อเนื่อง 5 วันทำการ ส่วนแนวโน้มหลังจากนี้จะยังคงเป็นบวกต่อไปหรือไม่นั้น ต้องรอการเปิดเผยข้อมูลเงินทุน ETF รายวันในรอบถัดไป
ความคิดเห็น 0