แอกกรีโก (Aggreko) บริษัทผู้ให้บริการพลังงานชั่วคราว กำลังเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ท่ามกลางความต้องการไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ที่กลายเป็นตัวแปรสำคัญต่อการประเมินมูลค่าบริษัท โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ สัดส่วนรายได้จากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นเป็น 19%
สื่อสกายนิวส์ (Sky News) รายงานเมื่อวันที่ 23 (เวลาท้องถิ่น) ว่า แอกกรีโกมีแผนยื่นเอกสารจดทะเบียนเพื่อเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ (IPO) ในสหรัฐฯ เร็ว ๆ นี้ โดยมีการพูดถึงมูลค่าบริษัทเมื่อเข้าจดทะเบียนไว้ที่ราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 27.7 ล้านล้านวอน) และมีชื่อของโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs), เจพีมอร์แกน (JPMorgan) และแบงก์ ออฟ อเมริกา (Bank of America) เป็นผู้จัดการการเสนอขาย
จากการตรวจสอบฐานข้อมูลเปิดเผยข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ยังไม่พบเอกสารการยื่นขอ IPO ของแอกกรีโก ขั้นตอนที่ยืนยันได้ในขณะนี้จึงเป็นเพียงการเตรียมความพร้อม ไม่ใช่การยื่นเอกสารจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ
แอกกรีโกเป็นบริษัทผู้จัดหาอุปกรณ์พลังงานชั่วคราว ระบบทำความเย็น แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน และการควบคุมอุณหภูมิ สำหรับกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ บริษัทให้บริการเครื่องปั่นไฟ ระบบไฟฟ้าสำรอง ระบบทำความเย็น และโซลูชันการทดสอบระบบ
ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญทั้งความล่าช้าในการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าและความต้องการระบบทำความเย็นไปพร้อมกัน แอกกรีโกจึงตอบโจทย์ด้วยการจัดชุดอุปกรณ์ไฟฟ้าชั่วคราวและระบบทำความเย็นให้ใช้งานได้ระหว่างรอการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าหลัก
พาวเวอร์โปรเกรส (Power Progress) รายงานว่ารายได้จากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ของแอกกรีโกในปี 2025 อยู่ที่ 391 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5.415 แสนล้านวอน) ขณะที่รายได้รวมทั้งกลุ่มอยู่ที่ 3,416 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.7312 ล้านล้านวอน)
หากพิจารณาสัดส่วนในปี 2025 รายได้จากดาต้าเซ็นเตอร์คิดเป็น 11% ของรายได้รวม ตัวเลขนี้สะท้อนว่าดาต้าเซ็นเตอร์ได้กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของแอกกรีโกไปแล้ว
สื่ออินเตอร์เนชันแนล เรนทัล นิวส์ (International Rental News) รายงานว่า รายได้จากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ของแอกกรีโกในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 เพิ่มขึ้นเป็น 362 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5.014 แสนล้านวอน) ขณะที่รายได้รวมทั้งกลุ่มในช่วงเดียวกันอยู่ที่ 1,918 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.6564 ล้านล้านวอน) เพิ่มขึ้น 28%
สัดส่วนรายได้ดาต้าเซ็นเตอร์ในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 19% แม้ตัวเลขรายปีและตัวเลขครึ่งปีจะนำมาเทียบกันโดยตรงไม่ได้ แต่แนวโน้มที่สัดส่วนรายได้จากดาต้าเซ็นเตอร์ต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นก็ปรากฏชัดเจน
ตัวเลขประเมินมูลค่าบริษัทที่ปรากฏในรายงานแต่ละช่วงเวลาแตกต่างกันไป โดยเดือนมีนาคมมีการพูดถึงตัวเลขราว 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 20.775 ล้านล้านวอน) เดือนมิถุนายนมากกว่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 16.62 ล้านล้านวอน) และเดือนสิงหาคมราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์
ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่ใช่ราคาเสนอขายหรือมูลค่าจดทะเบียนที่ยืนยันแล้ว แต่แนวโน้มที่สัดส่วนรายได้จากดาต้าเซ็นเตอร์ที่ขยายตัวกลายเป็นประเด็นหลักของการพูดคุยเรื่อง IPO ก็ปรากฏซ้ำในรายงานข่าวช่วงที่ผ่านมา
แอกกรีโกถูกทีดีอาร์ แคปิตอล (TDR Capital) และไอสแควร์ด แคปิตอล (I Squared Capital) เข้าซื้อกิจการในปี 2021 ส่งผลให้ต้องถอนตัวออกจากตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน โดยมูลค่าการซื้อขายในครั้งนั้นอยู่ที่ราว 2,320 ล้านปอนด์
หากการจดทะเบียนในสหรัฐฯ เกิดขึ้นจริง แอกกรีโกจะกลับเข้าสู่ตลาดสาธารณะอีกครั้งหลังออกจากตลาดลอนดอนมาแล้ว 5 ปี และด้วยเหตุที่การกลับมาระดมทุนของบริษัทพลังงานชั่วคราวครั้งนี้เชื่อมโยงกับปัญหาคอขวดด้านไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์โดยตรง จึงทำให้กรณีนี้มีบริบทต่างจาก IPO ของบริษัทอุตสาหกรรมทั่วไป
สำหรับผู้อ่านทั่วไป กรณีนี้ไม่ได้เป็นเพียงข่าวเหรียญคริปโต แต่สะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และปัญหาคอขวดด้านไฟฟ้ากำลังส่งผลต่อการประเมินมูลค่าในตลาดทุนอย่างไร ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ระดมทุนผ่าน IPO ได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดรวมทั้งปีนี้
จุดที่ต้องติดตามต่อไปคือการยื่นเอกสารจดทะเบียนต่อ SEC อย่างเป็นทางการของแอกกรีโก หากเอกสารดังกล่าวถูกเปิดเผยออกมา โครงสร้างการเสนอขายหุ้น ปัจจัยความเสี่ยง ระดับการพึ่งพารายได้จากดาต้าเซ็นเตอร์ และตัวชี้วัดทางการเงินต่าง ๆ ก็จะกลายเป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาการเข้าจดทะเบียนต่อไป
ความคิดเห็น 0