กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (U.S. Department of the Treasury) ขยาย ‘วงเงินขั้นต่ำ’ ของโครงการไบแบ็ก (buyback) เพื่อเสริมสภาพคล่องพันธบัตรรัฐบาลรุ่นคูปองปกติ (nominal coupon) อายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี จากเดิมครั้งละ 2,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.77 ล้านล้านวอน) เป็นอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5.54 ล้านล้านวอน) ต่อครั้ง
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 19 (เวลาท้องถิ่น) ว่ามาตรการนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน ถึง 4 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่เหลือของไตรมาสรีไฟแนนซ์รอบนี้ กระทรวงการคลังอธิบายว่ามาตรการนี้สะท้อนการที่ผู้เล่นในตลาดเสนอขายพันธบัตรคุณภาพดีในกลุ่มพันธบัตรระยะยาวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ตารางการประมูลยังคงเป็นไปตามแผนรีไฟแนนซ์รายไตรมาสเดิม โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์การรีไฟแนนซ์รายไตรมาสเมื่อวันที่ 5 ว่าขนาดการประมูลในปัจจุบัน ‘เหมาะสม’ กับแนวโน้มการคลังและการเปลี่ยนแปลงพอร์ตการถือครองของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) พร้อมคาดว่าจะคงขนาดการประมูลพันธบัตรรุ่นคูปองปกติและพันธบัตรอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (floating rate notes) ไว้อย่างน้อยอีกไม่กี่ไตรมาส
คริปโตบรีฟฟิ่ง (Crypto Briefing) รายงานว่าการขยายวงเงินไบแบ็กครั้งนี้อาจช่วยลดภาระงบดุลของดีลเลอร์ (dealer) และมีผลต่อเสถียรภาพของอัตราดอกเบี้ยระยะยาว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีตัวเลขยืนยันชัดเจนว่าประเด็นดังกล่าวสะท้อนไปยังความเชื่อมั่นของค่าเงินดอลลาร์และบิตคอยน์(BTC) มากน้อยเพียงใดในทางปฏิบัติ
ความคิดเห็น 0