เฮดจ์ฟันด์กลับมา 'ขายสุทธิ' หุ้นสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังซื้อสุทธิต่อเนื่องมา 3 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยทั้งหุ้นรายตัวและสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีรวมถึงกองทุน ETF ถูกเทขายพร้อมกัน สะท้อนการลดสถานะ 'ลอง' ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ของกลุ่มเฮดจ์ฟันด์
เดอะโคเบสซี เลตเตอร์ (The Kobeissi Letter) ระบุผ่านโพสต์บน X เมื่อวันที่ 25 เวลา 00:59 น. ตามเวลาไทยว่า ยอดขายสุทธิหุ้นสหรัฐฯ ของเฮดจ์ฟันด์ในสัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็นระดับสูงสุดในรอบสัปดาห์เดียว นับตั้งแต่สัปดาห์ 'Liberation Day' เมื่อเดือนเมษายน 2025 ก่อนหน้านี้กลุ่มเฮดจ์ฟันด์เพิ่งซื้อสุทธิหุ้นสหรัฐฯ ต่อเนื่องกันมา 3 สัปดาห์
หุ้นรายตัวคิดเป็นสัดส่วนราว 53% ของยอดขายทั้งหมด โดย 9 จาก 11 กลุ่มอุตสาหกรรมถูกขายสุทธิ ซึ่งแรงขายกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ อุตสาหกรรม สาธารณูปโภค เฮลท์แคร์ และวัสดุ ขณะที่กลุ่มพลังงานและกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยยังคงมีแรงซื้อสุทธิ
ส่วนสินทรัพย์ระดับมหภาคอย่างสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีและกองทุน ETF คิดเป็นสัดส่วนราว 47% ของยอดขายทั้งหมด ขณะที่สถานะ 'ชอร์ต' ในกองทุน ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน ถือเป็นการยุติแนวโน้ม 'ปิดสถานะชอร์ต' (short covering) ที่ดำเนินมาต่อเนื่อง 6 สัปดาห์
การเปลี่ยนทิศทางกระแสเงินทุนครั้งนี้ถูกตีความว่าเป็นกระบวนการที่เฮดจ์ฟันด์ลดสถานะเชิงบวกต่อหุ้นสหรัฐฯ ลง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขมูลค่ายอดขายสุทธิที่แน่นอนยังไม่ถูกเปิดเผย แม้จะมีการเปิดเผยสัดส่วนแรงขายรายกลุ่มอุตสาหกรรมและองค์ประกอบของสินทรัพย์ แต่ผลกระทบของการเปลี่ยนสถานะโดยรวมต่อดัชนีหลักหรือราคาคริปโทเคอร์เรนซียังต้องติดตามผ่านตัวชี้วัดอื่นแยกต่างหาก
บิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) มักถูกจับตาควบคู่ไปกับความเคลื่อนไหวของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ สภาพคล่องของดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ทั้งนี้ ข้อมูลชุดนี้ครอบคลุมเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสถานะของเฮดจ์ฟันด์ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เท่านั้น ยังไม่มีเนื้อหาที่ระบุว่ามีการโยกเงินทุนเข้าสู่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีแต่อย่างใด
ความคิดเห็น 0