ประธานาธิบดีอี แจมยอง(Lee Jae-myung) แห่งเกาหลีใต้ สั่งการให้รัฐบาลเร่งขยายการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภาครัฐให้ประชาชนและภาคธุรกิจนำไปใช้ได้จริง หลังจากที่ประเทศพัฒนาโมเดล AI สัญชาติเกาหลีใต้สำเร็จ โดยให้แนวทางว่ารัฐบาลควรวางแพลตฟอร์มพื้นฐาน แล้วปล่อยให้ภาคเอกชนแข่งขันพัฒนาบริการต่อยอดขึ้นไป
สำนักข่าว Yonhap Infomax รายงานเมื่อวันที่ 25 ว่า ประธานาธิบดีอีกล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบประธานาธิบดี (Cheongwadae) หลังรับฟังรายงานความคืบหน้าและผลสำเร็จของโครงการพัฒนาโมเดล AI สัญชาติเกาหลีใต้จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(MSIT) ว่า “เมื่อวางรากฐานด้าน AI ให้แล้ว ประชาชนก็จะมีโอกาสเลือกว่าจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร หน้าที่ของรัฐบาลคือการขยายโอกาสนั้นให้กว้างขึ้น” คำกล่าวนี้สะท้อนว่ารัฐบาลมองบทบาทตัวเองเป็นผู้วางโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่ผู้ผูกขาดการพัฒนาบริการ
ประธานาธิบดีอีเปรียบเทียบการพัฒนา AI กับอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยกล่าวว่า “ประชาชนไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องซับซ้อนอย่างการออกแบบเครื่องยนต์หรือการพัฒนารถยนต์ที่ล้ำสมัย สิ่งที่ประชาชนและภาคธุรกิจต้องการคือจะนำรถที่สร้างมาอย่างดีไปใช้งานอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด”
ใจความสำคัญอยู่ที่แนวคิด ‘AI เอเจนต์ส่วนตัวคนละ 1 ตัว’ สำหรับประชาชนทุกคน ประธานาธิบดีอีอธิบายว่า AI เอเจนต์ภาครัฐคือ “การมอบผู้ช่วยส่วนตัวที่เป็น AI ให้ประชาชนทุกคน” และระบุเป้าหมายว่าเมื่อผู้ใช้ร้องขอเอกสารที่ต้องการผ่าน AI ระบบต้องตรวจสอบคุณสมบัติ จัดเตรียมเอกสาร และยื่นเรื่องต่อหน่วยงานได้เองหลังได้รับการอนุมัติจากผู้ใช้
แบ คยองฮุน(Bae Kyung-hoon) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตอบในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า “ตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไป บริการระดับนั้นจะสามารถใช้งานได้จริง” คำตอบนี้วางกรอบเวลาที่ชัดเจนให้กับแผนของรัฐบาล แต่ยังต้องรอดูการเปิดใช้งานจริงเพื่อยืนยันขอบเขตบริการ โดยแนวคิด AI ภาครัฐที่รัฐบาลวางไว้ไม่ได้จำกัดแค่การค้นหาข้อมูลหรือให้คำปรึกษา แต่ครอบคลุมถึงสวัสดิการ ที่อยู่อาศัย การศึกษา และนโยบายอื่นที่จำเป็นต่อแต่ละบุคคล พร้อมเชื่อมโยงไปสู่ขั้นตอนการยื่นคำขอจริง
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระบุในเอกสารข่าวภาษาอังกฤษของโครงการ ‘AI for All Project’ ว่า มีแผนเปิดให้บริการแชทบอท AI อเนกประสงค์สำหรับประชาชนทุกคนฟรีภายในปีนี้ โดยไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน บริษัทที่ได้รับคัดเลือกต้องใช้โมเดล AI สัญชาติเกาหลีใต้ที่ผ่านเกณฑ์โมเดลพื้นฐานอิสระในสัดส่วนอย่างน้อย 50% ของบริการ และต้องใช้โมเดล AI เกาหลีใต้จากบริษัทอื่นอีกอย่างน้อย 30% ส่วนการใช้โมเดล AI จากต่างประเทศจะถูกจำกัดเฉพาะขอบเขตที่จำเป็นเท่านั้น
AI เอเจนต์คือบริการปัญญาประดิษฐ์ที่ทำความเข้าใจคำขอของผู้ใช้ แล้วดำเนินงานต่าง ๆ เช่น ค้นหาข้อมูล จัดเตรียมเอกสาร และเชื่อมต่อขั้นตอนดำเนินการให้ ต่างจากแชทบอทแบบเดิมที่ทำได้แค่ตอบคำถาม เอเจนต์ถูกออกแบบให้ดำเนินการบางส่วนของกระบวนการบริหารหรือธุรกรรมแทนผู้ใช้ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ใช้ก่อน
ประธานาธิบดีอีปฏิเสธแนวทางที่ให้รัฐบาลพัฒนาบริการทั้งหมดเอง โดยกล่าวว่า “ถ้ารัฐบาลสร้างทุกอย่างเองแล้วให้บริการ ปัญหาด้านความปลอดภัยอาจควบคุมได้ในระดับหนึ่ง แต่การพัฒนาจะไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร รัฐบาลควรวางรากฐานหรือแพลตฟอร์ม แล้วเปิดให้ภาคเอกชนแข่งขันกันภายในนั้น”
การเปิดพื้นที่แข่งขันให้ภาคเอกชนต้องแก้ปัญหาการเชื่อมโยงข้อมูลและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไปพร้อมกัน ประธานาธิบดีอีระบุว่า เพื่อให้เกิด AI ที่ปรับให้เข้ากับแต่ละบุคคลได้ “ประชาชนต้องสามารถตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของตัวเองที่กระจายอยู่ตามหน่วยงานต่าง ๆ ได้” ด้านรองนายกฯ แบระบุว่า กระบวนการเชื่อมต่อข้อมูลและอินเทอร์เฟซโปรแกรมประยุกต์ (API) ระหว่างหน่วยงานอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัย จึงจะหารือร่วมกับคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
โมเดล AI สัญชาติเกาหลีใต้ถูกวางให้เป็นรากฐานของอธิปไตยทางเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระบุในเอกสารข่าวภาษาอังกฤษว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ โมเดลของทั้ง 4 ทีมชั้นนำที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาโมเดล AI พื้นฐานสัญชาติเกาหลีใต้ ได้รับการบันทึกในรายชื่อ ‘โมเดล AI ที่น่าจับตามอง’ ของสถาบันวิจัย AI สหรัฐฯ เอพอคเอไอ(Epoch AI) ครบทุกทีม
โมเดลพื้นฐาน (Foundation Model) หมายถึงโมเดล AI อเนกประสงค์ที่ผ่านการฝึกล่วงหน้าด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ โดยทั่วไปภาคธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐจะนำโมเดลนี้ไปพัฒนาต่อเป็นบริการเฉพาะด้าน หรือปรับแต่งด้วยข้อมูลเฉพาะทางเพื่อใช้ในบริการค้นหาข้อมูล ให้คำปรึกษา จัดทำเอกสาร และระบบอัตโนมัติต่าง ๆ
ในเกาหลีใต้ ความพยายามเชื่อมโยงภาครัฐและเอกชนด้าน AI กำลังขยายไปสู่ภาคธุรกิจเช่นกัน ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า บีซีการ์ด(BC Card) และรึทน์เทคโนโลยีส์(Wrtn Technologies) ร่วมกันผลักดันธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ AI สำหรับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน คำกล่าวของประธานาธิบดีอีในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลกำลังขยับจากขั้นตอนพัฒนาโมเดล AI ไปสู่ขั้นตอนเผยแพร่บริการและเปิดให้ภาคเอกชนแข่งขันใช้งานจริง
การที่ AI เอเจนต์ภาครัฐจะเชื่อมโยงไปถึงขั้นตอนการยื่นคำขอทางราชการได้ ต้องอาศัยการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน กระบวนการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล และมาตรการป้องกันข้อมูลรั่วไหลควบคู่กันไป ประธานาธิบดีอีย้ำเรื่องความสมดุลระหว่างการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกับการใช้ประโยชน์จาก AI พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “เร่งสร้างผลงานที่จับต้องได้ให้เร็วที่สุด”
ความคิดเห็น 0