รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังผลักดันการสร้างแพลตฟอร์มที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิเคราะห์ข้อมูลวัสดุของผู้ผลิต โดยตั้งเป้าเร่งความเร็วในการพัฒนาวัสดุใหม่ให้เร็วขึ้นประมาณ 10 เท่าจากปัจจุบัน
นิกเคอิเอเชีย(Nikkei Asia) รายงานว่า กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) กำลังเตรียมแพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลวัสดุจากภาคเอกชน แล้วใช้ AI ค้นหาองค์ประกอบทางเคมีและสัดส่วนการผสมที่เหมาะสม โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดใช้งานเร็วที่สุดในปีงบประมาณ 2027
แผนดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การลดขั้นตอนลองผิดลองถูกในกระบวนการพัฒนาวัสดุ เนื่องจากในอุตสาหกรรมวัสดุ ผู้ผลิตต้องทำการทดลองและประเมินผลซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อค้นหาองค์ประกอบหรือสัดส่วนใหม่ ๆ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงต้องการผนวกข้อมูลจากภาคเอกชน การวิเคราะห์ด้วย AI และโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลเข้าด้วยกัน เพื่อย่นระยะเวลาในขั้นตอนนี้
แนวทางการใช้ AI ค้นหาสูตรวัสดุใหม่กำลังขยายตัวมากขึ้นในอุตสาหกรรมวัสดุ ญี่ปุ่นกำลังอาศัยข้อมูลที่รวมศูนย์และโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล เพื่อลดกระบวนการทดลองซ้ำแบบดั้งเดิม และยกระดับประสิทธิภาพการวิจัยและพัฒนาของภาคอุตสาหกรรม
กระทรวง METI กำลังผลักดันแนวทางรวบรวมข้อมูลวัสดุที่กระจัดกระจายอยู่ตามบริษัทต่าง ๆ ให้มารวมไว้ในที่เดียวผ่านแพลตฟอร์มนี้ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางนโยบายที่ต้องการใช้ข้อมูลจากภาคการผลิตและ AI เป็นรากฐานของขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม
สำหรับผู้อ่านชาวไทย ประเด็นนี้ไม่ได้เป็นเพียงนโยบาย AI ของญี่ปุ่น แต่ยังเกี่ยวข้องกับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านวัสดุและการผลิตด้วย เซมิคอนดักเตอร์ แบตเตอรี่ และวัสดุเคมีเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ผู้ผลิตในหลายประเทศเอเชียแข่งขันกันอยู่ในห่วงโซ่อุปทานโลกเช่นกัน ญี่ปุ่นถูกประเมินว่าเป็นประเทศที่มีจุดแข็งด้านวัสดุ ดังจะเห็นได้จากกรณีบริษัทวัสดุหลักในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ AI ที่ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญ
ตัวเลขการย่นระยะเวลาลงประมาณ 10 เท่าที่รัฐบาลญี่ปุ่นระบุนั้น เป็นเป้าหมายเชิงนโยบาย ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ประสิทธิผลที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับระดับการแบ่งปันข้อมูลของภาคเอกชน มาตรการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และขอบเขตการเข้าร่วมแพลตฟอร์ม โดยกระทรวง METI ตั้งเป้าเปิดใช้งานแพลตฟอร์มนี้เร็วที่สุดในปีงบประมาณ 2027
ความคิดเห็น 0