คณะกรรมการการค้าที่เป็นธรรมเกาหลี(Korea Fair Trade Commission, KFTC) ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบคูปัง(Coupang, CPNG) กรณีต้องสงสัยละเมิดกฎหมายว่าด้วยธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ แต่ต้องถอนทีมกลับโดยไม่ได้ตรวจสอบ หลังคูปังปฏิเสธให้ความร่วมมือ
ยอนฮับอินโฟแม็กซ์(Yonhap Infomax) รายงานเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า KFTC เริ่มการตรวจสอบภาคสนามเพื่อยืนยันข้อสงสัยเรื่องการผลักภาระค่าใช้จ่ายคูปองปรับราคาของคูปัง แต่ต้องถอยออกจากพื้นที่เพราะคูปังไม่ยอมให้เข้าตรวจ ทั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ KFTC ต้องถอนทีมตรวจสอบภาคสนามกลางคัน เพราะบริษัทที่ถูกตรวจสอบคัดค้าน
‘คูปองปรับราคา’ คือระบบที่คูปังออกคูปองส่วนลดให้ลูกค้า เมื่อสินค้าบางรายการในร้านมีราคาแพงกว่าคู่แข่งในตลาดออนไลน์ เพื่อดึงราคาซื้อจริงของผู้บริโภคให้ต่ำลง ประเด็นที่ KFTC ต้องการตรวจสอบคือ คูปังผลักภาระค่าใช้จ่ายคูปองส่วนนี้ไปให้ผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ที่ส่งสินค้าเข้าขายหรือไม่
ฝ่ายคูปังมองว่าขั้นตอนการตรวจสอบครั้งนี้ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายพื้นฐานว่าด้วยการตรวจสอบทางปกครอง จึงปฏิเสธการตรวจสอบภาคสนาม กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้หน่วยงานที่จะเข้าตรวจสอบภาคสนามต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ผู้ถูกตรวจสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนเริ่มตรวจสอบ เว้นแต่เข้าเงื่อนไขข้อยกเว้น
เจ้าหน้าที่ของคูปังกล่าวว่า “เราให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบภาคสนามที่ชอบด้วยกฎหมายมาโดยตลอด” และ “ปฏิบัติตามขั้นตอนทุกอย่างที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด” พร้อมระบุว่าการแจ้งล่วงหน้า 7 วันก่อนตรวจสอบเป็นขั้นตอนที่คุ้มครองสิทธิของผู้ถูกตรวจสอบ และบริษัทมีแผนจะนำเรื่องนี้ขึ้นสู่ศาลเพื่อให้ศาลวินิจฉัย คำกล่าวนี้สะท้อนว่าคูปังยืนยันความชอบธรรมของการปฏิเสธครั้งนี้ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย
ด้าน KFTC ยืนยันว่าเข้าเงื่อนไขข้อยกเว้นที่ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพราะเห็นว่าหากแจ้งล่วงหน้าไปก่อน อาจทำให้เกิดการทำลายหรือลบหลักฐาน จนไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบได้ ซึ่งตามกฎหมายถือเป็นกรณีที่สามารถเข้าตรวจสอบภาคสนามได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
เจ้าหน้าที่ของ KFTC กล่าวว่า “เรามองว่ากรณีนี้เข้าข่ายข้อยกเว้นตามกฎหมายพื้นฐานว่าด้วยการตรวจสอบทางปกครอง” และ “จะดำเนินการอย่างเต็มที่หากคูปังยื่นฟ้องต่อศาล” ความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายจึงขยายวงจากประเด็นภาระค่าใช้จ่ายคูปอง ไปสู่ข้อถกเถียงเรื่องขอบเขตอำนาจการตรวจสอบภาคสนามของหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าด้วย
กฎหมายว่าด้วยธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่เป็นกฎหมายที่ควบคุมพฤติกรรมของผู้ค้าปลีกรายใหญ่ ไม่ให้ผลักภาระค่าใช้จ่ายหรือความเสียหายที่ไม่เป็นธรรมไปให้ผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ ในธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ ประเด็นที่ถูกจับตามาโดยตลอดคือใครเป็นผู้แบกรับต้นทุนส่วนลด คูปอง และโปรโมชันต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันด้านราคา
กรณีนี้จึงเป็นทั้งประเด็นภาระต้นทุนของซัพพลายเออร์ที่ทำธุรกิจกับแพลตฟอร์ม และประเด็นขั้นตอนการตรวจสอบไปพร้อมกัน ก่อนหน้านี้ KFTC เคยตรวจสอบพฤติกรรมการค้าของแพลตฟอร์มออนไลน์และผู้ค้าปลีกรายใหญ่มาแล้ว และโทเคนโพสต์เคยรายงานคำกล่าวของจูบยองกี(Ju Byung-ki) ประธาน KFTC ที่ระบุว่าจะใช้มาตรฐานเดียวกับผู้ประกอบการในประเทศกับผู้ประกอบการต่างชาติอย่างคูปังด้วย
ทีมเฝ้าระวังการโฆษณาของ KFTC เคยระบุในเอกสารเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนว่า มีคำสั่งให้แก้ไขและปรับเงิน 500 ล้านวอน จากกรณีคูปังโฆษณาราคาสมาชิก ‘วาว’ ในลักษณะที่เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม กรณีการปฏิเสธตรวจสอบภาคสนามครั้งนี้เป็นคนละเรื่องกับการลงโทษดังกล่าว โดยเป็นข้อพิพาทเรื่องภาระค่าใช้จ่ายคูปองปรับราคาและความชอบด้วยกฎหมายของขั้นตอนตรวจสอบ
ฝ่ายคูปังยืนยันจะนำเรื่องขึ้นสู่ศาล ขณะที่ KFTC ระบุว่าจะดำเนินการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ความชอบด้วยกฎหมายของการตรวจสอบภาคสนามครั้งนี้และความชอบธรรมของการปฏิเสธของคูปัง จึงต้องรอการวินิจฉัยจากกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ความคิดเห็น 0