ราคาโทเคนที่ผันผวนเพียง 3% ได้จุดชนวนให้เกิดการ 'liquidation' หรือการบังคับปิดสถานะมูลค่ากว่า 36.4 ล้านดอลลาร์ในตลาดดีไฟ(DeFi) บนเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) สะท้อนความเปราะบางของโครงสร้างหลักประกันที่แยก 'โทเคนผลตอบแทน' ออกจาก 'โทเคนเงินต้น' ซึ่งราคาที่ขยับเพียงเล็กน้อยก็สามารถนำไปสู่การบังคับปิดสถานะกู้ยืมได้เช่นกัน
ตามรายงานของ CoinDesk เมื่อวันที่ 25 (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่า กระเป๋าเงินดิจิทัลรายหนึ่งเข้าซื้อโทเคนผลตอบแทน(yield token) ในปริมาณมาก ซึ่งเป็นแรงกดดันให้ราคาของโทเคนเงินต้น(principal token) ที่จับคู่กันในกลไกเดียวกันร่วงลงต่ำกว่าระดับอ้างอิงที่ใช้ในการลิควิเดต
ผู้ใช้ที่นำโทเคนเงินต้นไปวางเป็นหลักประกันเพื่อกู้ยืมจึงถูกบังคับปิดสถานะตามมา ทั้งนี้ โครงสร้างดังกล่าวแบ่งสิทธิเรียกร้องออกเป็นสองส่วน คือ โทเคนเงินต้นซึ่งถือสิทธิเรียกร้องคืนเงินต้นของสินทรัพย์ที่ฝากไว้ และโทเคนผลตอบแทนซึ่งถือสิทธิเรียกร้องผลตอบแทนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
เหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำจุดอ่อนด้านราคาและกลไกการลิควิเดตของโทเคนที่แยกผลตอบแทนออกจากเงินต้น ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นหลักประกันอย่างแพร่หลายในตลาดกู้ยืมดีไฟบนอีเธอเรียม(ETH)
ความคิดเห็น 0