แกทิก(Gatik) สตาร์ทอัพรถบรรทุกขนส่งสินค้าไร้คนขับ ประกาศระดมทุนซีรีส์ D มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นรอบระดมทุนใหญ่ที่สุดของบริษัทนับตั้งแต่ก่อตั้ง และเกิดขึ้นเพียงสองเดือนหลังบริษัทเซ็นสัญญาขนส่งสินค้าไร้คนขับกับเป๊ปซี่โค้(PEP) ในภูมิภาคอเมริกาเหนือ
แกทิกระบุว่ารอบระดมทุนนี้นำโดยกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติกาตาร์ (Qatar Investment Authority) และโคช ดิสรัปทีฟ เทคโนโลยีส์(Koch Disruptive Technologies) ร่วมกัน โดยมีมิลเลนเนียม แมเนจเมนต์(Millennium Management), อาร์คอินเวสต์(ARK Invest) และอินแทคท์ ไพรเวท แคปิตอล(Intact Private Capital) เข้าร่วมลงทุนด้วย ทั้งนี้บริษัทไม่ได้เปิดเผยมูลค่ากิจการ (valuation) แต่อย่างใด
นับตั้งแต่ออกจากโหมดปิดตัว (stealth mode) ในปี 2019 แกทิกระดมทุนสะสมไปแล้วราว 500 ล้านดอลลาร์ TechCrunch รายงานว่าการระดมทุนครั้งนี้สะท้อนช่วงเปลี่ยนผ่านของแกทิกจากสตาร์ทอัพที่เน้นโครงการนำร่องเพียงไม่กี่แห่ง ไปสู่ผู้ให้บริการเดินรถเชิงพาณิชย์ในหลายเมือง
แกทิกเลือกใช้รถบรรทุกกล่อง (box truck) ไร้คนขับในเส้นทางที่เรียกว่า 'มิดเดิลไมล์' (middle mile) ซึ่งเชื่อมระหว่างศูนย์กระจายสินค้ากับหน้าร้าน แทนที่จะเน้นรถบรรทุกขนาดใหญ่ระยะไกลหรือรถแท็กซี่ไร้คนขับ (robotaxi) โดยจับกลุ่มเครือข่ายขนส่งในพื้นที่ที่มีรอบการวิ่งซ้ำบ่อยครั้งเป็นหลัก
มิดเดิลไมล์หมายถึงช่วงกลางของกระบวนการขนส่งทั้งหมด ตั้งแต่แหล่งผลิตหรือศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ไปจนถึงหน้าประตูผู้บริโภค เนื่องจากเส้นทางและจุดขึ้นลงสินค้ามีความซ้ำซ้อนค่อนข้างสูง จึงถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่นำระบบขับขี่อัตโนมัติมาใช้ในการเดินรถเชิงพาณิชย์ได้ง่ายกว่า
โกตัม นารัง(Gautam Narang) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอแกทิก(Gatik) ให้สัมภาษณ์กับ TechCrunch ว่า "นักลงทุนกลุ่มนี้ล้วนเป็นนักลงทุนระยะยาว" และเป็น "พันธมิตรทางการเงินที่พร้อมสนับสนุนแผนขยายธุรกิจและการเติบโตในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าบริษัทมองเงินทุนก้อนนี้เป็นฐานสำหรับการขยายการเดินรถเชิงพาณิชย์ต่อไป
แกทิกเริ่มต้นจากเส้นทางขนส่งแบบตายตัวระยะทางไม่ถึง 10 ไมล์ ก่อนจะขยายขอบเขตการให้บริการมาถึงเส้นทางเดินรถแบบพลวัต (dynamic route) ที่ยาวได้ถึง 400 ไมล์ ครอบคลุมจุดขึ้นลงสินค้าหลายสิบจุด โดยบริษัทเติบโตจากการให้บริการรถบรรทุกกล่องขนส่งสินค้าให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มระหว่างศูนย์กระจายสินค้ากับหน้าร้านเป็นหลัก
ในบรรดาพันธมิตรที่แกทิกเปิดเผยต่อสาธารณะ เป๊ปซี่โค้(PEP) ถือเป็นรายใหญ่ที่สุด โดย TechCrunch รายงานว่าแกทิกใช้รถบรรทุกกล่องไร้คนขับ 41 คันในความร่วมมือกับเป๊ปซี่โค้ ขนส่งสินค้าของฟริโต-เลย์ (Frito-Lay) อย่างชีโตส (Cheetos) และโดริโทส (Doritos) จากศูนย์กระจายสินค้าไปยังหน้าร้านในเมืองดัลลัส ฟีนิกซ์ และพื้นที่อาร์คันซอตอนตะวันตกเฉียงเหนือ
ลูกค้ารายหลักของแกทิกได้แก่ วอลมาร์ท(WMT) ลอบลอว์(Loblaw) ของแคนาดา และเป๊ปซี่โค้(PEP) นอกจากนี้บริษัทยังเคยให้บริการขนส่งให้กับโครเกอร์(KR) และไทซันฟู้ดส์(TSN) มาก่อนด้วย
นารัง อธิบายว่ารถบรรทุกไร้คนขับรุ่นที่สามของบริษัทสามารถวิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั้งบนถนนทั่วไปและทางด่วน และรองรับสภาพอากาศฝนตกเบาหรือหิมะตกเบาได้ ทั้งนี้บริษัทระบุว่าเมื่อปีที่ผ่านมาสามารถบรรลุก้าวสำคัญด้านเทคโนโลยีและการปฏิบัติงาน ด้วยการถอดเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยประจำที่นั่งคนขับออกจากเส้นทางเดินรถเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ
ปัจจุบันแกทิกให้บริการเดินรถบรรทุกไร้คนขับเต็มรูปแบบเชิงพาณิชย์จำนวนหลายสิบคันในหลายตลาด อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่เปิดเผยจำนวนรถทั้งหมดที่แน่ชัด รวมถึงรายชื่อลูกค้าปัจจุบันทั้งหมด
ขนาดสัญญาเชิงพาณิชย์ของแกทิกก็ขยายตัวขึ้นเช่นกัน โดยนารังระบุว่าบริษัทมีมูลค่าสัญญาที่ทำไว้แล้วรวมประมาณ 600 ล้านดอลลาร์
อุตสาหกรรมขนส่งสินค้าไร้คนขับที่ผ่านมาแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มที่ต่างพิสูจน์เทคโนโลยีของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรถบรรทุกระยะไกล รถแท็กซี่ไร้คนขับ หรือหุ่นยนต์ส่งของบนทางเท้า ขณะที่แกทิกเลือกสร้างความแตกต่างด้วยการมุ่งเน้นการขนส่งระยะกลางที่เส้นทางซ้ำและความต้องการของลูกค้าองค์กรมาบรรจบกัน
การระดมทุนครั้งนี้สะท้อนว่าเทคโนโลยีขนส่งสินค้าไร้คนขับกำลังเคลื่อนจากขั้นทดสอบไปสู่ขั้นที่ต้องพิสูจน์ต้นทุนและความเสถียรในการเดินรถจริงภายในห่วงโซ่อุปทาน โดยแกทิกมีแผนใช้เงินทุนก้อนใหม่นี้ในการจ้างวิศวกรและบุคลากรฝ่ายปฏิบัติการเพิ่มเติม พร้อมขยายการเดินรถทั้งในตลาดใหม่และตลาดเดิมต่อไป
ความคิดเห็น 0