17.79% คือสัดส่วนการถือครอง 'หุ้นและหลักทรัพย์เทียบเท่าหุ้น' ในฟิงเกอร์ (Finger, 163730) ที่เมกะโซนคลาวด์ (Megazone Cloud) รายงานหลังเข้าซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพของฟิงเกอร์ ตัวเลขนี้ไม่ใช่สัดส่วนหุ้นสามัญที่ถืออยู่จริง แต่เป็นตัวเลขตามเกณฑ์การรายงานการถือครองหลักทรัพย์จำนวนมาก ซึ่งนับรวมปริมาณที่สามารถแปลงสภาพเป็นหุ้นได้ในอนาคตด้วย
จากการตรวจสอบระบบเปิดเผยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (DART) ของสำนักงานกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 28 (เวลาท้องถิ่น) พบว่าเมกะโซนคลาวด์รายงานว่าตนถือ 'หุ้นและหลักทรัพย์เทียบเท่าหุ้น' ของฟิงเกอร์อยู่ 2,762,430 หุ้น โดยระบุประเภทรายงานว่าเป็น 'รายงานใหม่' เหตุผลการรายงานคือ 'การเข้าซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพใหม่' และวัตถุประสงค์การถือครองระบุว่าเป็น 'การลงทุนทั่วไป'
เมกะโซนคลาวด์เข้าซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพของฟิงเกอร์ด้วยวิธีซื้อขายนอกตลาด (OTC) เมื่อวันที่ 21 ราคาต่อหน่วยที่ซื้อขายอยู่ที่ 10,860 วอน และจำนวนหุ้นที่จะออกใหม่หากมีการแปลงสภาพทั้งหมดคือ 2,762,430 หุ้น
ช่วงเวลาที่สามารถขอแปลงสภาพได้กำหนดไว้ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2027 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2029 ดังนั้นในขั้นนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเมกะโซนคลาวด์ถือหุ้นสามัญของฟิงเกอร์อยู่ที่ 17.79% จริง
ตามเกณฑ์การรายงานการถือครองหลักทรัพย์จำนวนมาก คำว่า 'หุ้นและหลักทรัพย์เทียบเท่าหุ้น' ไม่ได้จำกัดเฉพาะหุ้นสามัญ แต่ยังนับรวมสิทธิที่จะเปลี่ยนเป็นหุ้นได้ในอนาคต เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพ ด้วยเหตุนี้สัดส่วนที่ปรากฏในรายงานจึงอาจแตกต่างจากโครงสร้างสิทธิออกเสียงที่แท้จริง และต้องพิจารณาควบคู่กับช่วงเวลาที่ขอแปลงสภาพได้และการตัดสินใจแปลงสภาพจริงด้วย
ดีลครั้งนี้เชื่อมโยงกับอีกธุรกรรมหนึ่งที่ฟิงเกอร์เข้าซื้อหุ้นของเมกะโซนคลาวด์ โดยฟิงเกอร์เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 ว่าบริษัทตัดสินใจเข้าซื้อหุ้นสามัญของเมกะโซนคลาวด์จำนวน 657,274 หุ้น มูลค่า 29,999,957,182 วอน
หลังการเข้าซื้อครั้งนี้ สัดส่วนการถือหุ้นของฟิงเกอร์ในเมกะโซนคลาวด์จะอยู่ที่ 1.21% โดยบริษัทระบุวัตถุประสงค์ของการเข้าซื้อว่าเพื่อการกระจายธุรกิจและสร้างเครื่องยนต์การเติบโตในอนาคต
ในวันเดียวกัน ฟิงเกอร์ยังตัดสินใจออกหุ้นกู้แปลงสภาพแบบไม่ระบุชื่อผู้ถือ ชนิดจ่ายดอกเบี้ย ไม่มีหลักประกัน เสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงครั้งที่ 8 มูลค่า 30,000 ล้านวอน โดยระบุวัตถุประสงค์การระดมทุนว่าเพื่อใช้เป็นเงินทุนซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทอื่น ทั้งอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วและอัตราดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดอยู่ที่ 0.0% เท่ากัน
วันที่ชำระเงินระบุไว้เป็นวันที่ 31 สิงหาคม 2026 โครงสร้างธุรกรรมครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างการเข้าซื้อหุ้นเมกะโซนคลาวด์ของฟิงเกอร์ กับการเข้าซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพของฟิงเกอร์โดยเมกะโซนคลาวด์ ซึ่งอยู่ในระดับมูลค่าใกล้เคียงกัน
หุ้นกู้แปลงสภาพชุดนี้มีเงื่อนไขสิทธิเรียกซื้อคืน (call option) ด้วย โดยซอรยงอิเล็กทรอนิกส์ (Seoryong Electronics) สามารถใช้สิทธิได้ในวงเงินไม่เกิน 26.13% ของมูลค่าหุ้นกู้รวม หรือ 7,839 ล้านวอน ส่วนฟิงเกอร์สามารถใช้สิทธิได้ในวงเงินไม่เกิน 23.87% หรือ 7,161 ล้านวอน
ช่วงเวลาที่สามารถใช้สิทธิเรียกซื้อคืนกำหนดไว้ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2027 ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2028 โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เมกะโซนคลาวด์มีเงื่อนไขต้องถือหุ้นกู้แปลงสภาพในสัดส่วน 50% ของมูลค่ารวมไว้โดยไม่แปลงสภาพ
ทั้งสองบริษัทยังเปิดเผยความร่วมมือด้านธุรกิจ AX สำหรับภาคการเงินเมื่อวันที่ 24 โดยอิเล็กทรอนิกส์ไทมส์ (Electronic Times) รายงานว่าเมกะโซนคลาวด์และฟิงเกอร์เสนอแนวทางความร่วมมือ ได้แก่ △การร่วมผลักดันธุรกิจ AX ให้กับสถาบันการเงิน △การพัฒนาโซลูชัน AI เฉพาะทางด้านการเงินร่วมกัน △การให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและแอปพลิเคชันแบบบูรณาการ
ฟิงเกอร์เติบโตมาจากธุรกิจไอทีด้านการเงินในประเทศ ก่อนขยายขอบเขตไปสู่ธุรกิจ AI และบล็อกเชนในช่วงที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า ฟิงเกอร์เดินหน้าขยายธุรกิจ AI และหุ่นยนต์โดยอาศัยฐานธุรกิจไอทีด้านการเงิน
ณ เวลา 11:50 น. ราคาหุ้นฟิงเกอร์อยู่ที่ 10,220 วอน เพิ่มขึ้น 270 วอน หรือ 2.71% จากวันก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้เพียงอย่างเดียวจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสิทธิออกเสียงหรือสัดส่วนหุ้นสามัญอย่างแน่ชัด
กำหนดการที่ต้องติดตามต่อไปคือ วันชำระเงินค่าหุ้นกู้แปลงสภาพในวันที่ 31 สิงหาคม 2026 และการเริ่มต้นช่วงขอแปลงสภาพพร้อมการใช้สิทธิเรียกซื้อคืนในวันที่ 31 สิงหาคม 2027 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับผลของการชำระเงิน การขอแปลงสภาพ และการใช้สิทธิเรียกซื้อคืนในขั้นตอนต่อไป
ความคิดเห็น 0