ชาร์ลส์ ชวาบ บริษัทนายหน้าและบริการทางการเงินรายใหญ่ของสหรัฐฯ ระบุว่า 'ดีลเลี่ยงการลดค่าเงิน' (currency debasement trade) ที่รวมทองคำ โลหะมีค่า และบิตคอยน์(BTC) เข้าไว้ด้วยกัน กลับมาปรากฏในตลาดอีกครั้ง สะท้อนว่าประเด็นการคลังสหรัฐฯ ค่าเงินดอลลาร์ และความต้องการสินทรัพย์ทางเลือก กลายเป็นกรอบการตีความตลาดที่ถูกพูดถึงอีกครั้ง
บิตคอยน์แมกกาซีน (Bitcoin Magazine) รายงานผ่านโพสต์บน X เมื่อวันที่ 29 (เวลาไทย) เวลาประมาณ 03.38 น. ว่าชาร์ลส์ ชวาบระบุว่า "เมื่อมองไปที่ทองคำ โลหะมีค่า และคริปโตอย่างบิตคอยน์ เราเห็นการกลับมาของดีลเลี่ยงการลดค่าเงิน" คำพูดนี้ไม่ได้พูดถึงทิศทางราคาระยะสั้น แต่ใกล้เคียงกับการอธิบายว่าความกังวลต่อนโยบายการคลังสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์กำลังผลักดันความต้องการสินทรัพย์ทางเลือก
โพสต์ดังกล่าวนำเสนอคำพูดของชาร์ลส์ ชวาบในรูปแบบวิดีโอ แต่ไม่ได้ระบุชื่อเอกสารอัปเดตตลาดหรือตัวเลขผลตอบแทนของสินทรัพย์แต่ละประเภท บทความนี้จึงกล่าวถึงประเด็นดีลเลี่ยงการลดค่าเงินเท่าที่ปรากฏในขอบเขตคำพูดจากโพสต์สาธารณะดังกล่าวเท่านั้น
คำพูดของชาร์ลส์ ชวาบสื่อว่า ความกังวลต่อนโยบายการคลังสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ ทำให้ทองคำและคริปโตถูกพูดถึงร่วมกัน ซึ่งใกล้เคียงกับการอธิบายว่าความนิยมในสินทรัพย์ทางเลือกกลับมาเป็นภาษาที่ตลาดใช้พูดถึง มากกว่าจะเป็นการคาดการณ์ทิศทางราคาของสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งโดยเฉพาะ
ดีลเลี่ยงการลดค่าเงิน หมายถึงพฤติกรรมของนักลงทุนที่กังวลต่อการขยายหนี้สาธารณะ การเพิ่มปริมาณเงิน และความเชื่อมั่นในเงินตราที่ถูกกฎหมายที่อ่อนแอลง จึงโยกเงินไปยังสินทรัพย์จริงอย่างทองคำ หรือสินทรัพย์ที่มีปริมาณจำกัด โดยทั่วไปนักลงทุนกลุ่มนี้จะพิจารณาทองคำ โลหะมีค่า และสินทรัพย์ทางเลือกบางส่วนร่วมกัน เมื่อประเมินว่ากำลังซื้อของเงินสดอาจลดลง
คำพูดครั้งนี้มีนัยสำคัญตรงที่ดึงประเด็นดีลเลี่ยงการลดค่าเงินกลับมาเป็นกรอบตีความตลาดอีกครั้ง แม้ทองคำและคริปโตจะถูกพูดถึงในประโยคเดียวกัน แต่ลักษณะและปัจจัยที่กำหนดราคาของสินทรัพย์ทั้งสองไม่เหมือนกัน
ในการถกเถียงนี้ บิตคอยน์มักถูกกล่าวถึงในฐานะ 'เครื่องมือเก็บมูลค่าดิจิทัล' เนื่องจากมีปริมาณจำกัด จึงมักถูกเปรียบเทียบกับทองคำ
อย่างไรก็ตาม ยังยากที่จะสรุปว่าบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเทียบเท่าทองคำ เพราะบิตคอยน์ยังเป็นสินทรัพย์เสี่ยงที่มีความผันผวนสูง และเรื่องเล่า 'ทองคำดิจิทัล' อาจทำให้ถูกนำเสนอเกินจริงว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
ในเชิงโครงสร้างตลาด ทองคำและบิตคอยน์มักถูกพูดถึงพร้อมกันเมื่อประเด็นความเชื่อมั่นในเงินตราที่ถูกกฎหมายขยายวงกว้างขึ้น แต่กลไกการทำงานต่างกัน ทองคำถูกซื้อขายในฐานะเครื่องมือเก็บมูลค่าจากสินทรัพย์จริงมายาวนาน ขณะที่บิตคอยน์ถูกนำมาเปรียบเทียบจากปริมาณจำกัดและความหายากที่อิงกับเครือข่าย
คำพูดของชาร์ลส์ ชวาบมีความหมายต่อนักลงทุนไทยเช่นกัน ในแง่การเปลี่ยนมุมมองของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่มีต่อคริปโต ชาร์ลส์ ชวาบเป็นบริษัทการเงินรายใหญ่ ที่ปัจจุบันพูดถึงคริปโตในกรอบดีลเศรษฐกิจมหภาค ไม่ใช่แค่สินทรัพย์เก็งกำไรแยกต่างหากอีกต่อไป
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าชาร์ลส์ ชวาบเปิดให้บริการซื้อขายบิตคอยน์และอีเธอเรียม(ETH) โดยตรงใน 48 รัฐของสหรัฐฯ โดยขณะนั้นไม่รวมรัฐนิวยอร์กและรัฐลุยเซียนา
ต่อมาชาร์ลส์ ชวาบยังประกาศแผนขยายขอบเขตการซื้อขายคริปโตเพิ่มเติม โดย TokenPost เคยรายงานแผนขยายขอบเขตการซื้อขายคริปโตของชาร์ลส์ ชวาบไว้ก่อนหน้านี้
คำพูดครั้งนี้มีนัยสำคัญตรงที่สถาบันการเงินขนาดใหญ่ยังคงอธิบายบิตคอยน์ในกรอบดีลเศรษฐกิจมหภาคร่วมกับทองคำและโลหะมีค่า ต่อเนื่องหลังการเปิดให้บริการซื้อขายคริปโต อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่คำพูดที่คาดการณ์ว่าราคาบิตคอยน์จะปรับตัวขึ้น แต่เป็นการตีความตลาดที่โยงนโยบายการคลังเข้ากับความนิยมในสินทรัพย์ทางเลือก
การที่ทองคำและบิตคอยน์ถูกพูดถึงไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าราคาจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางนั้นในอนาคต คำพูดของชาร์ลส์ ชวาบอาจถือเป็นสัญญาณว่าการตีความตลาดที่มองสินทรัพย์ทางเลือกร่วมกันท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องความเชื่อมั่นในเงินตราที่ถูกกฎหมาย กำลังกลับมาอีกครั้ง
ความคิดเห็น 0