หุ้นบุริมสิทธิ์บางตัวในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ซื้อขายต่ำกว่าหุ้นสามัญของบริษัทเดียวกันสูงสุดถึง 63% กลายเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องการจัดสรรเงินทุนของบริษัท มีการตั้งข้อสังเกตว่าส่วนต่างราคาระดับนี้อธิบายด้วยเหตุผล 'ไม่มีสิทธิออกเสียง' เพียงอย่างเดียวไม่ได้ และลุกลามกลายเป็นปัญหาความน่าเชื่อถือของคณะกรรมการบริษัทและนโยบายตอบแทนผู้ถือหุ้น
ฟอรัมธรรมาภิบาลบริษัทเกาหลี (Korea Corporate Governance Forum) จัดสัมมนาหัวข้อ 'ปัญหาส่วนลดหุ้นบุริมสิทธิ์เกาหลีที่ถูกซ่อนไว้และทางออก' เพื่อหารือเรื่องการประเมินมูลค่าต่ำของหุ้นบุริมสิทธิ์ในประเทศ โดยสำนักข่าว Yonhap Infomax รายงานเมื่อวันที่ 1 (เวลาท้องถิ่น) ว่าหุ้นบุริมสิทธิ์ของซัมซุงอิเลคทรอนิกส์ (Samsung Electronics) ซื้อขายต่ำกว่าหุ้นสามัญราว 25% ขณะที่หุ้นบุริมสิทธิ์ลำดับ 2 ประเภท B ของฮุนไดมอเตอร์ (Hyundai Motor) มีส่วนต่างราคาราว 50% และหุ้นบุริมสิทธิ์ของดูซาน (Doosan) สูงถึงระดับ 60%
ตามหลักการแล้ว หุ้นบุริมสิทธิ์คือหุ้นที่สละสิทธิออกเสียง แลกกับสิทธิพิเศษด้านเงินปันผลหรือการแบ่งทรัพย์สินคงเหลือที่ดีกว่าหุ้นสามัญ แต่มีการชี้ว่าหุ้นบุริมสิทธิ์ในเกาหลีจำนวนมากไม่มีเงินปันผลรับประกัน หรือกำหนดไว้เพียง 1-2% ของมูลค่าที่ตราไว้ ทำให้อัตราเงินปันผลพิเศษเมื่อเทียบกับราคาตลาดต่ำกว่า 0.1% ขณะที่ลำดับการแบ่งทรัพย์สินคงเหลือก็เท่ากับหุ้นสามัญ จึงมีการประเมินว่าแทบไม่ต่างจาก 'หุ้นสามัญที่ไม่มีสิทธิออกเสียง'
มีการเปรียบเทียบกับตลาดสหรัฐฯ ด้วย โดยระบุว่าหุ้นคลาส C ของอัลฟาเบท (Alphabet, GOOGL) ซึ่งไม่มีสิทธิออกเสียง ซื้อขายในราคาใกล้เคียงกับหุ้นคลาส A ที่มีสิทธิออกเสียง และหุ้นคลาส B ของเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ (Berkshire Hathaway) ก็มีส่วนต่างราคาเพียงระดับ 1% เท่านั้น ขณะที่ในตลาดเกาหลีใต้ แม้จะเป็นหุ้นของบริษัทเดียวกัน แต่ส่วนต่างราคาระหว่างหุ้นสามัญกับหุ้นบุริมสิทธิ์กลับตรึงอยู่ในระดับหลายสิบเปอร์เซ็นต์มาอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยเบื้องหลังที่ถูกหยิบยกขึ้นมา ได้แก่ การคัดเลือกเข้าดัชนีและแนวปฏิบัติด้านการตอบแทนผู้ถือหุ้น กองทุน ETF ที่อ้างอิงดัชนีหลักอย่างโคสปี้200 (KOSPI200) มักคัดเลือกเฉพาะหุ้นสามัญเข้าพอร์ต ทำให้หุ้นบุริมสิทธิ์หลุดจากกระแสเงินทุนแบบพาสซีฟ นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตว่าแนวปฏิบัติที่บริษัทต่างๆ มักไม่รวมหุ้นบุริมสิทธิ์ในกระบวนการซื้อหุ้นคืนหรือการทำคำเสนอซื้อ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ขยายส่วนลดให้กว้างขึ้น
กรณีที่บางบริษัทซื้อคืนเฉพาะหุ้นสามัญซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือทำคำเสนอซื้อหุ้นบุริมสิทธิ์ในช่วงที่อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (PBR) อยู่ในระดับต่ำ ก็ถูกหยิบยกเป็นปัญหาเช่นกัน มีการมองว่าโครงสร้างที่บริษัทผู้ออกหุ้นไม่ได้ดูแลหุ้นบุริมสิทธิ์อย่างจริงจัง กลายเป็นสัญญาณที่ตลาดใช้อ้างความชอบธรรมในการซื้อขายแบบมีส่วนลด
ซาชิน มิสทรี (Sachin Mistry) กรรมการผู้จัดการของ Palisade Capital กล่าวว่า "ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ์ที่ไม่มีสิทธิออกเสียง ต้องพึ่งพาความตั้งใจของคณะกรรมการบริษัทในการปกป้องผลประโยชน์อย่างเต็มที่" คำกล่าวนี้สะท้อนมุมมองว่า หากคณะกรรมการเริ่มลงมือยกระดับมูลค่าหุ้นบุริมสิทธิ์ ก็อาจเป็นสัญญาณของการปรับปรุงธรรมาภิบาลได้เช่นกัน
ในอีกด้านหนึ่ง มีความเห็นว่าการซื้อหุ้นบุริมสิทธิ์ไม่ได้ส่งผลเสียต่อผู้ถือหุ้นสามัญแต่อย่างใด เพราะการซื้อหุ้นบุริมสิทธิ์ราคาถูกมาเผาทำลาย จะช่วยลดจำนวนหุ้นได้มากกว่าด้วยต้นทุนเท่ากัน ซึ่งอาจทำให้กำไรต่อหุ้นปรับตัวดีขึ้นมากกว่า นักลงทุนต่างชาติรายหนึ่งกล่าวว่า "ถ้ามีผู้รับเหมาที่สร้างโรงงานประสิทธิภาพเท่ากันได้ในราคาครึ่งเดียว แต่กลับเลือกเซ็นสัญญากับผู้รับเหมาที่แพงกว่าสองเท่า ผู้บริหารก็ต้องอธิบายการตัดสินใจนั้น"
ผลประโยชน์จากการเผาทำลายหุ้นสามัญกับหุ้นบุริมสิทธิ์นั้นแตกต่างกัน ก็เป็นอีกประเด็นที่ถูกจับตา การเผาทำลายหุ้นสามัญจะลดจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงลง ซึ่งอาจทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่เพิ่มขึ้น แต่การเผาทำลายหุ้นบุริมสิทธิ์กลับให้ผลแบบเดียวกันได้จำกัดกว่ามาก จึงมีการชี้ว่าแนวปฏิบัติที่กีดกันหุ้นบุริมสิทธิ์ไม่ควรมองเป็นแค่เรื่องต้นทุน แต่ควรมองเป็นปัญหาโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ
จอน จงออน (Jeon Jong-eon) ผู้แทนประจำเกาหลีใต้ของ MyAlpha Management กล่าวว่า "หุ้นบุริมสิทธิ์ของบริษัทที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลต่ำ ถึงจะราคาถูกลง แต่อัตราผลตอบแทนเงินปันผลจริงก็ต่ำเกินกว่าจะดึงดูดความสนใจนักลงทุน" เขามองว่าหากบริษัทต่างๆ ปรับอัตราการจ่ายเงินปันผลขึ้นไปถึงระดับราว 60% อัตราผลตอบแทนเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิ์อาจขยับขึ้นเป็นเลขสองหลัก และส่วนต่างราคาก็อาจลดลงเหลือต่ำกว่า 20%
ในตลาดเริ่มมีความเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการประเมินมูลค่าหุ้นบุริมสิทธิ์ใหม่ นักลงทุนบางรายส่งจดหมายถึงผู้ถือหุ้นเรียกร้องให้บริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ซื้อหุ้นบุริมสิทธิ์คืน ในงานสัมมนายังมีการกล่าวถึงว่ามิเรเอเซ็ทซีเคียวริตี้ส์ (Mirae Asset Securities) และ BYC จัดสรรงบซื้อหุ้นคืนส่วนใหญ่ให้กับหุ้นบุริมสิทธิ์ ขณะที่ฮุนไดมอเตอร์ (Hyundai Motor) ก็ประกาศนโยบายซื้อหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ์ในสัดส่วนที่สมดุลกันอย่างเป็นทางการ
ซัมซุงอิเลคทรอนิกส์ (Samsung Electronics) ถูกหยิบยกเป็นกรณีตัวอย่างหลักในประเด็นข้อถกเถียงเรื่องหุ้นบุริมสิทธิ์อยู่บ่อยครั้ง ประเด็นสำคัญอยู่ที่ผลกระทบของการเผาทำลายหุ้นสามัญต่อสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทในเครือด้านการเงิน ซึ่งเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องการลดส่วนต่างราคาหุ้นบุริมสิทธิ์
หุ้นบุริมสิทธิ์ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในโครงสร้างการระดมทุนของบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับคริปโตอยู่แล้วด้วยเช่นกัน ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าสเตรทเทจี (Strategy, MSTR) นำเงินบางส่วนจากการขายหุ้นสามัญไปซื้อหุ้นบุริมสิทธิ์ STRC คืน สำหรับบริษัทที่ถือครองบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) เป็นสินทรัพย์คลัง ราคาหุ้นบุริมสิทธิ์และโครงสร้างเงินปันผลจึงเชื่อมโยงกับความมั่นคงทางการเงินมากกว่าแค่ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นทั่วไป
ประเด็นถกเถียงเรื่องหุ้นบุริมสิทธิ์ในเกาหลีใต้เริ่มต้นจากปัญหาการคุ้มครองผู้ถือหุ้นทั่วไป แต่คำถามเดียวกันนี้ก็ยังใช้ได้กับการประเมินบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลคลังที่ใช้หุ้นบุริมสิทธิ์เช่นกัน สิทธิที่หุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ์มี รวมถึงวิธีที่บริษัทปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นแต่ละกลุ่ม กลายเป็นแกนกลางของการตีความโครงสร้างเงินทุนไปแล้ว
ความคิดเห็น 0