Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

นักวิเคราะห์มองทรัมป์อาจเลื่อนผ่อนคลายสหรัฐฯ-อิหร่านหลังเลือกตั้งกลางเทอมพฤศจิกายน

โดนัลด์ ทรัมป์(Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจเลื่อนจังหวะการผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านออกไปจนกว่าจะพ้นการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายนนี้ ท่ามกลางการวิเคราะห์ที่ระบุว่าภาระต้นทุนจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน รวมถึงกระแสคัดค้านจากประชาชนที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้ปฏิทินการเมืองของทำเนียบขาวส่งผลต่อความเร็วในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 4 (เวลาท้องถิ่น) เว็บไซต์ข่าว Crypto Briefing รายงานว่า นักวิเคราะห์มองการคำนวณทางการเมืองภายในประเทศของทรัมป์เป็นปัจจัยที่อาจทำให้การผ่อนคลายความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านล่าช้าออกไป อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวอ้างอิงแหล่งข่าวที่มีระดับความน่าเชื่อถือไม่สูงนัก จึงคาดว่าจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดในวงจำกัดเท่านั้น

ตัวแปรสำคัญคือการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน หากกระแสคัดค้านต้นทุนสงครามและการแทรกแซงทางทหารในต่างประเทศเพิ่มขึ้น มีการวิเคราะห์ว่ารัฐบาลอาจให้น้ำหนักกับการ 'บริหารจัดการสถานการณ์' มากกว่าการขยายความขัดแย้งก่อนการเลือกตั้ง ประเด็นสหรัฐฯ-อิหร่านจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการทูต แต่กำลังกลายเป็นตัวแปรทางการเมืองที่สั่นคลอนราคาพลังงานและความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์เสี่ยงไปพร้อมกัน

ฝั่งตลาดคาดการณ์ (Prediction Market) ก็เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังเช่นกัน มีรายงานว่าราคาที่ตลาดคาดการณ์สะท้อนโอกาสที่ข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่านในปี 2026 จะมี 'กองทุนฟื้นฟูอิหร่าน' รวมอยู่ด้วยอยู่ที่ประมาณ 11% ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าโอกาสเจรจาหมดไปโดยสิ้นเชิง แต่สะท้อนว่าตลาดยังไม่คาดหวังสูงว่าจะมีข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมเกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น

ตลาดคาดการณ์คือตลาดที่สะท้อนความน่าจะเป็นของเหตุการณ์หนึ่ง ๆ ผ่านราคาซื้อขาย โดยเฉพาะประเด็นการเมืองและการทูตที่ไม่มีกำหนดการอย่างเป็นทางการชัดเจน ความคาดหวังและความกังวลของนักลงทุนมักสะท้อนผ่านราคาก่อนที่ผลจริงจะปรากฏ อย่างไรก็ตาม ราคาตลาดเป็นเพียงการคาดการณ์ ไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ทางการทูตที่จะเกิดขึ้นจริง

ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านยังเป็นตัวแปรทางอ้อมต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย หากสถานการณ์ตะวันออกกลางส่งผลต่อราคาน้ำมันและต้นทุนโลจิสติกส์ ก็อาจทำให้ความคาดหวังด้านเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ซึ่งจะกระทบต่อความต้องการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ในสถานการณ์ปัจจุบันจึงควรมองประเด็นนี้เป็นปัจจัยด้านความผันผวน มากกว่าจะสรุปทิศทางราคาของเหรียญใดเหรียญหนึ่งอย่างชัดเจน

ก่อนหน้านี้ ทีมข่าวรายงานว่า รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านปฏิเสธการเริ่มเจรจาอย่างเป็นทางการระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอีกครั้ง ท่ามกลางสถานการณ์ที่ช่องทางเจรจาอย่างเป็นทางการยังไม่ชัดเจน การติดต่อทางอ้อมและความคาดหวังของตลาดจึงสวนทางกัน ทำให้การตีความข่าวเกี่ยวกับสหรัฐฯ-อิหร่านมีความหลากหลายมากขึ้น

ผู้เล่นในตลาดจับตาคำแถลงอย่างเป็นทางการของทรัมป์และรัฐบาลสหรัฐฯ ว่าจะเป็นสัญญาณถัดไป ความเคลื่อนไหวของบุคคลฝั่งอิหร่านและสายเจรจาสหรัฐฯ รวมถึงปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติมของอิสราเอลและผู้เล่นอื่นในภูมิภาค ก็ถูกมองว่าเป็นปัจจัยที่อาจเปลี่ยนราคาตลาดคาดการณ์ได้เช่นกัน

แม้รัฐบาลทรัมป์จะพยายามหลีกเลี่ยงการขยายความขัดแย้งก่อนการเลือกตั้ง แต่ปฏิทินการทูตยังอาจถูกกำหนดโดยเหตุปะทะในพื้นที่จริงและการตัดสินใจของผู้เล่นในภูมิภาค ตลาดคาดการณ์ดังกล่าวกำหนดเส้นตายการตัดสินผลไว้ที่วันที่ 31 ธันวาคม ทำให้เงื่อนไขที่ชัดเจนของข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่านจะเป็นประเด็นที่ตลาดจับตาต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1