นักเทรดคริปโตรายหนึ่งไล่ซื้อเหรียญถึงสองครั้งภายในวันเดียว จนขาดทุนรวม 907,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,223.54 ล้านวอน) กรณีนี้สะท้อนว่าการไล่ซื้อสินทรัพย์ที่ราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะสั้นอาจนำไปสู่ผลขาดทุนก้อนใหญ่ได้
Lookonchain ระบุว่า เมื่อเวลา 02.52 น. ตามเวลาเกาหลีใต้ของวันที่ 5 นักเทรดรายหนึ่งซื้อเหรียญมีม(MEME) และ SLINK(SLINK) ต่อเนื่องกัน ก่อนขายทำกำไรออกไปแต่กลับขาดทุนทั้งสองรายการ โดยเริ่มจากการทุ่มเงิน 916,500 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,236.36 ล้านวอน) ซื้อเหรียญมีมจำนวน 7.28 ล้านเหรียญ ที่ราคาเฉลี่ย 0.126 ดอลลาร์ต่อเหรียญ
หลังจากนั้นนักเทรดรายนี้ขายเหรียญมีมออกไปในราคา 353,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 476.20 ล้านวอน) ส่งผลให้ขาดทุนจากรายการนี้ 563,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 759.49 ล้านวอน) คิดเป็นอัตราขาดทุน 61.45%
แม้จะขาดทุนจากการซื้อขายครั้งแรก แต่นักเทรดรายนี้ยังคงไล่ซื้อต่อ โดยทุ่มเงิน 356,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 480.24 ล้านวอน) ซื้อ SLINK จำนวน 8.93 ล้านเหรียญ ที่ราคาเฉลี่ย 0.04 ดอลลาร์ต่อเหรียญ แต่สุดท้ายขายออกได้เพียง 12,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 16.19 ล้านวอน)
การซื้อขาย SLINK ครั้งนี้ขาดทุน 344,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 464.06 ล้านวอน) คิดเป็นอัตราขาดทุนสูงถึง 96.62% เมื่อรวมทั้งสองรายการแล้ว นักเทรดรายนี้ขาดทุนรวมทั้งสิ้น 907,000 ดอลลาร์
กรณีนี้เป็นเพียงผลการเทรดระยะสั้นของนักเทรดรายหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้เป็นตัวชี้วัดทิศทางตลาดโดยรวมหรือมูลค่าระยะยาวของเหรียญดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ SLINK เคยถูกรายงานว่าราคาร่วงลงมากกว่า 97% จากจุดสูงสุด หลังเกิดกระแสตอบรับจากโพสต์บน X ของอีลอน มัสก์(Elon Musk) ซึ่งตอกย้ำให้เห็นความผันผวนของราคาเหรียญที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะสั้นอีกครั้ง
รายงานนี้นำเสนอเฉพาะผลขาดทุนจากการซื้อขายระยะสั้นของนักเทรดรายหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้สะท้อนถึงสภาพคล่องหรือมูลค่าระยะยาวของทั้งสองเหรียญแต่อย่างใด
ความคิดเห็น 0