บิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) เคลื่อนไหวในโซนอ่อนแรงเมื่อวันที่ 5 ก่อนตลาดจะรับรู้ตัวเลข 'ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)' เดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ และผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) นักวิเคราะห์มองว่าตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ทำให้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยกลับมาเป็นตัวแปรสำคัญของราคาสินทรัพย์ดิจิทัลอีกครั้ง
ตามข้อมูลของโคอินเกกโก (CoinGecko) ณ เวลาที่รายงาน บิตคอยน์(BTC) ซื้อขายอยู่ที่ 79,795.02 ดอลลาร์ ส่วนอีเธอเรียม(ETH) อยู่ที่ 2,458.67 ดอลลาร์ ทั้งสองสินทรัพย์ยังไม่หลุดพ้นจากแรงกดดันหลังตัวเลขจ้างงานเดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ ที่เคยฉุดให้บิตคอยน์(BTC) ร่วงหลุดระดับ 80,000 ดอลลาร์มาก่อนหน้านี้
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ 4.1% นอกจากนี้ ตัวเลขจ้างงานของเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมยังถูกปรับเพิ่มขึ้นรวมกัน 55,000 ตำแหน่ง
เมื่อการจ้างงานออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ความหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจลดน้อยลง และในกรณีนี้ สินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) จะ 'อ่อนไหว' ต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรมากขึ้น
ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ มักถูกใช้เป็นดัชนีสำคัญที่กำหนดทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของเฟด ควบคู่ไปกับการประเมินภาวะเงินเฟ้อ หากตัวเลขจ้างงานยังแข็งแกร่ง ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัวจะลดลง แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความเป็นไปได้ที่แรงกดดันด้านราคาจะยืดเยื้อออกไป
ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์หน้าค่อนข้างแน่น โดย ECB จะจัดประชุมนโยบายการเงินวันที่ 9-10 กันยายนนี้ และมีกำหนดประกาศผลการตัดสินใจในวันที่ 10 เวลา 20:15 น. ตามเวลาไทย ก่อนจะจัดแถลงข่าวต่อในเวลา 20:45 น.
ส่วนตัวเลข CPI เดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยในวันที่ 11 กันยายน เวลา 19:30 น. ตามเวลาไทย เนื่องจากตัวเลข CPI เดือนก่อนหน้าสร้างความเห็นที่แตกต่างกันในตลาดไม่น้อย รอบนี้นักลงทุนจึงต้องจับตาทั้งเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐานไปพร้อมกัน
มุมมองต่อทิศทางเงินเฟ้อยังไม่ไปในทางเดียวกัน ธุรกิจอินไซเดอร์ (Business Insider) รายงานว่ามีการประเมินว่า CPI เดือนสิงหาคมแบบรายปีอาจทรงตัวอยู่ที่ระดับ 3.4% ขณะที่แบร์รอนส์ (Barron's) รายงานเมื่อเดือนกันยายน 2026 ว่าตลาดต้องพิจารณาทั้งอัตราการเพิ่มขึ้นรายเดือนและ CPI พื้นฐานประกอบกัน
แม้จะเป็น CPI ชุดเดียวกัน แต่หากตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปกับเงินเฟ้อพื้นฐานออกมาต่างทิศทางกัน การตีความทิศทางดอกเบี้ยของตลาดก็อาจเปลี่ยนไปได้เช่นกัน ในตลาดคริปโต การเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อดอกเบี้ยมักส่งผลต่อสภาพคล่องของดอลลาร์และโพซิชันที่ใช้เลเวอเรจ ก่อนจะสะท้อนออกมาเป็นความผันผวนของราคา
ในทางกลับกัน ตัวเลขด้านอุปสงค์กลับสวนทางกับทิศทางราคาที่อ่อนตัว โดยเดอะบล็อก (The Block) อ้างอิงข้อมูลจาก SoSoValue รายงานว่ากองทุน ETF บิตคอยน์(BTC) แบบสปอตของสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 730.9 ล้านดอลลาร์ (ราว 9,860 ล้านบาท) ในวันที่ 3 กันยายน
วันเดียวกันนั้น กองทุน ETF อีเธอเรียม(ETH) แบบสปอตก็มีเงินไหลเข้าสุทธิ 141 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,902 ล้านบาท) เช่นกัน อย่างไรก็ตาม การใช้ตัวเลขกระแสเงินทุน ETF เพียงวันเดียวมาสรุปแนวโน้มอุปสงค์โดยรวมยังทำได้ยาก
เงินไหลเข้าสุทธิของ ETF หมายความว่ามีเม็ดเงินไหลเข้าสู่กองทุนมากกว่าที่ไหลออก ETF แบบสปอตถือเป็นช่องทางที่ทำให้นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยสามารถ 'รับความเสี่ยง' จากความเคลื่อนไหวของราคาเหรียญได้ โดยไม่ต้องถือครองเหรียญโดยตรง
สต็อกทวิตส์ (Stocktwits) รายงานว่า ณ เวลา 6 โมงเช้าตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ในวันที่ 4 กันยายน มุมมองของนักลงทุนรายย่อยต่อบิตคอยน์(BTC) ปรับดีขึ้นจากโซน 'bearish' มาเป็น 'neutral' ขณะที่มุมมองต่ออีเธอเรียม(ETH) บนแพลตฟอร์มเดียวกันยังอยู่ในโซน 'bearish' เช่นเดิม
มุมมองในวงการยังแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ระหว่างสัญญาณอุปสงค์ที่ฟื้นตัวกับแรงกดดันเชิงมหภาคที่ยังค้างอยู่ เงินไหลเข้าสุทธิของ ETF ถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่ายังมีดีมานด์รอเข้าซื้อ แต่ก็ยังมีความระมัดระวังว่าความคาดหวังต่อทิศทางดอกเบี้ยอาจกลับมาสร้างความผันผวนให้ราคาได้อีกครั้ง ก่อนที่ตัวเลข CPI และผลการประชุม ECB จะออกมา
สำหรับนักลงทุนในภูมิภาคนี้ ช่วงเวลานี้ถือเป็นจังหวะที่ต้องติดตามทั้งทิศทางค่าเงินดอลลาร์และสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดโลกไปพร้อมกัน เนื่องจากราคาบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ในตลาดท้องถิ่นมักเคลื่อนไหวตามราคาตลาดโลก บวกกับอัตราแลกเปลี่ยนและอุปสงค์อุปทานในประเทศ ความผันผวนจึงอาจเพิ่มขึ้นได้ทันทีหลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถูกประกาศออกมา
สัปดาห์นี้ ทิศทางของบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) จึงอยู่ที่ปฏิทินเศรษฐกิจมหภาคมากกว่าปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยผลการประชุม ECB จะออกมาก่อนในวันที่ 10 กันยายน เวลา 20:15 น. ตามเวลาไทย ตามด้วยตัวเลข CPI เดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ ในวันที่ 11 กันยายน เวลา 19:30 น. ตามเวลาไทย
ความคิดเห็น 0