แบรด การ์ลิงเฮาส์ (Brad Garlinghouse) ซีอีโอริปเปิล (Ripple) ออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ เร่งคว้าความเป็นผู้นำด้านคริปโทเคอร์เรนซี ก่อนที่วุฒิสภาสหรัฐฯ จะลงมติปิดการอภิปราย (cloture) ร่างกฎหมาย Clarity Act หรือ H.R.3633 ในวันที่ 16 กันยายน เวลา 01:15 น. ตามเวลาประเทศไทย ทั้งนี้ การลงมติดังกล่าวเป็นเพียงขั้นตอนเปิดทางให้เข้าสู่การอภิปรายในที่ประชุมใหญ่ ไม่ใช่การลงมติผ่านร่างกฎหมายฉบับสมบูรณ์แต่อย่างใด
การ์ลิงเฮาส์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) เมื่อวันที่ 3 กันยายนว่า "ภูมิใจที่ได้ร่วมอยู่ในช่วงเวลานี้ การทำให้สหรัฐฯ เป็นเมืองหลวงคริปโทของโลกอยู่ใกล้แค่เอื้อม มาทำให้สำเร็จกันเถอะ" คำพูดนี้สะท้อนความคาดหวังของผู้บริหารริปเปิลต่อทิศทางกฎหมายที่กำลังจะเกิดขึ้น สื่อ zyCrypto รายงานว่าถ้อยแถลงนี้เกิดขึ้นหลังมีการเปิดเผยคำกล่าวของไมเคิล เซลิก (Michael S. Selig) ประธานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) ในการประชุมนวัตกรรมที่ทำเนียบขาว
ตามเอกสารคำกล่าวของประธานเซลิกที่คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ เผยแพร่ ระบุว่าการประชุมนวัตกรรมที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม มีประธานาธิบดีทรัมป์เชิญบุคคลจากวงการคริปโท เทคโนโลยี และการเงินเข้าร่วม โดยเซลิกกล่าวในที่ประชุมว่า "พรมแดนใหม่ของโลกการเงินกำลังถูกสร้างขึ้นบนแผ่นดินสหรัฐฯ"
เซลิกอธิบายว่ารัฐบาลทรัมป์เดินหน้าผลักดันหลายเรื่องคู่กันไป ได้แก่ △การออกกฎหมาย GENIUS Act ที่เกี่ยวข้องกับสเตเบิลคอยน์ △การตั้งทุนสำรองบิตคอยน์(BTC) เชิงยุทธศาสตร์ △การแยกประเภทระหว่างคริปโทที่เป็นหลักทรัพย์กับที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งนี้ เนื้อหาคำกล่าวเน้นไปที่การจัดระเบียบกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ ให้เข้าสู่ระบบ มากกว่าจะเป็นการสนับสนุนบริษัทใดบริษัทหนึ่งเป็นพิเศษ
ประเด็นหลักของเรื่องนี้อยู่ที่กฎหมาย 'Clarity Act' ตามกำหนดการอย่างเป็นทางการของวุฒิสภาสหรัฐฯ การลงมติปิดการอภิปรายร่างกฎหมาย H.R.3633 หรือกฎหมายความชัดเจนของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ถูกกำหนดไว้ในวันที่ 15 กันยายน เวลา 14:15 น. ตามเวลาสหรัฐฝั่งตะวันออก ซึ่งตรงกับเวลา 01:15 น. ของวันที่ 16 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย
การลงมติปิดการอภิปรายเป็นกลไกที่ใช้ยุติการอภิปรายในวุฒิสภาเพื่อเดินหน้าสู่ขั้นตอนถัดไป สื่อเดอะบล็อก (The Block) รายงานว่าการลงมติครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าร่างกฎหมายจะผ่านโดยอัตโนมัติ
เอกสารของเว็บไซต์ GovInfo ซึ่งเป็นแหล่งเผยแพร่เอกสารราชการของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า H.R.3633 เป็นร่างกฎหมายที่กำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) ร่วมกันวางกรอบกำกับดูแลการออกและซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยร่างกฎหมายพยายามแก้ปัญหาว่าสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ละประเภทควรถูกจัดเป็นหลักทรัพย์หรือสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งจะกำหนดว่าหน่วยงานใดมีอำนาจกำกับดูแลและใช้กฎเกณฑ์แบบใด
ขณะนี้การพิจารณาร่างกฎหมายอยู่ในขั้นตอนที่จะชี้ว่าจะได้เข้าสู่การอภิปรายในที่ประชุมใหญ่ของวุฒิสภาหรือไม่
ความไม่แน่นอนเรื่องนี้เกี่ยวโยงกับคำถามว่าบริษัทคริปโทในสหรัฐฯ ควรถูกกำกับดูแลโดยหน่วยงานใดสำหรับสินทรัพย์แต่ละประเภท ที่ผ่านมาการตัดสินว่า SEC หรือ CFTC มีอำนาจกำกับดูแลเหรียญหรือโทเคนใด มักขึ้นอยู่กับลักษณะของโทเคนและรูปแบบการซื้อขาย ซึ่งเป็นประเด็นที่วงการคริปโทถกเถียงกันมานาน
ประเด็นนี้มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษสำหรับริปเปิล เนื่องจากบริษัทและเหรียญริปเปิล(XRP) เผชิญข้อพิพาททางกฎหมายกับหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ มายาวนาน ทำให้กฎหมายว่าด้วยโครงสร้างตลาดฉบับนี้ถูกมองว่าไม่ใช่แค่เรื่องคดีความหรือการบังคับใช้กฎหมายรายกรณี แต่เป็นการวางมาตรฐานให้กับทั้งอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม คำกล่าวของการ์ลิงเฮาส์เพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าร่างกฎหมายจะผ่านหรือสถานะทางกฎหมายของริปเปิลจะเปลี่ยนแปลง เดอะบล็อกรายงานว่ายังมีความเห็นต่างค้างอยู่หลายประเด็น เช่น เงื่อนไขด้านจริยธรรม มาตรการรับมือธุรกรรมการเงินผิดกฎหมาย และรูปแบบการนำเนื้อหาจากคณะกรรมาธิการการเกษตรของวุฒิสภาไปรวมในร่างกฎหมาย
ข้อความของการ์ลิงเฮาส์ครั้งนี้ถูกมองว่าเน้นไปที่ความคืบหน้าของสภาคองเกรสและหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ ในการวางกฎเกณฑ์ มากกว่าจะเป็นการพูดถึงทิศทางราคาริปเปิลโดยตรง ก่อนหน้านี้ กำหนดการที่ซีอีโอริปเปิลขึ้นเวทีเป็นวิทยากรงานสัมมนาไวโอมิง ก็เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ได้รับความสนใจ ท่ามกลางการถกเถียงเรื่องกฎกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ
กำหนดการวุฒิสภาครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าการพิจารณากฎหมาย Clarity Act คืบหน้าไปถึงขั้นใด การลงมติปิดการอภิปรายไม่ใช่การผ่านร่างกฎหมายขั้นสุดท้าย แต่เป็นขั้นตอนที่จะบอกว่าการอภิปรายในที่ประชุมใหญ่จะเดินหน้าต่อหรือไม่ สำหรับนักลงทุนในไทย เรื่องนี้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินทิศทางการกำกับดูแลคริปโทของสหรัฐฯ มากกว่าจะเป็นปัจจัยชี้นำราคาริปเปิลโดยตรง กำหนดการถัดไปที่ยืนยันแล้วคือการลงมติปิดการอภิปรายร่างกฎหมาย Clarity Act ของวุฒิสภาสหรัฐฯ ในวันที่ 16 กันยายน เวลา 01:15 น. ตามเวลาประเทศไทย
ความคิดเห็น 0