Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

หุ้น IPO เกาหลีใต้ปีนี้มีเพียง 7.5% ที่ได้ราคาเป้าหมายจากโบรกเกอร์

บริษัทหลักทรัพย์เกาหลีใต้ทุ่มกำลังการวิเคราะห์ไปที่หุ้นขนาดใหญ่มากกว่าบริษัทที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนใหม่ ทำให้หุ้นที่เข้า IPO ในปีนี้จำนวนมากไม่มีรายงานราคาเป้าหมายเลย

สำนักข่าวยอนฮับอินโฟแม็กซ์(Yonhap Infomax) รายงานเมื่อวันที่ 6 ว่า จากหุ้นทั้งหมด 40 ตัวที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปีนี้ผ่านการจัดจำหน่ายของบริษัทหลักทรัพย์ มีเพียง 3 ตัวที่มีบทวิเคราะห์ระบุราคาเป้าหมาย ได้แก่ เคแบงก์(K Bank, 279570), ริเซนส์เมดิคัล(Recens Medical, 394420) และแมดอัพ(MadUp, 0039P0) ตัวเลขนี้ไม่นับรวม SPAC และหุ้นบุริมสิทธิ คิดเป็นสัดส่วนเพียง ‘7.5%’ ของทั้งหมด

หุ้น IPO ที่มีบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ 3 แห่งขึ้นไปหลังเข้าจดทะเบียน มีอยู่ 8 ตัว หรือคิดเป็น 20% ของทั้งหมด ส่วนที่มีบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์เพียงแห่งเดียวมี 16 ตัว และที่ไม่มีบทวิเคราะห์เลยมี 10 ตัว รวมสองกลุ่มนี้เป็น 26 ตัว หรือ 65% ของทั้งหมด

การวิเคราะห์หลังเข้าตลาดโดยบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นผู้จัดจำหน่ายเองก็มีจำกัดเช่นกัน มีเพียง 13 บริษัทที่ผู้จัดจำหน่ายเสนอราคาเป้าหมายหรือออกบทวิเคราะห์ ส่วนอีก 27 บริษัท หรือ 67% ของทั้งหมด ไม่มีบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ผู้จัดจำหน่ายเลยแม้แต่ฉบับเดียว

บทวิเคราะห์หุ้นเป็นเอกสารที่บริษัทหลักทรัพย์จัดทำขึ้นจากการศึกษาผลประกอบการ โครงสร้างธุรกิจ และมูลค่าบริษัทของผู้ที่เข้าจดทะเบียน ส่วนราคาเป้าหมายคือระดับราคาที่บริษัทหลักทรัพย์ประเมินไว้ ซึ่ง ‘ไม่ได้เป็นการันตีทิศทางราคาหุ้นจริง’ สำหรับบริษัทที่เพิ่งเข้าตลาดใหม่ ข้อมูลจากการเปิดเผยสารสนเทศและกิจกรรมนักลงทุนสัมพันธ์ (IR) ถือเป็นข้อมูลพื้นฐาน ขณะที่บทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์เป็นข้อมูลเสริมที่รวมทั้งการประเมินผลประกอบการและวิเคราะห์ธุรกิจไว้ด้วยกัน

ระเบียบปฏิบัติของตลาดโคสแดค(KOSDAQ) ภายใต้ตลาดหลักทรัพย์เกาหลี(Korea Exchange) กำหนดให้ผู้จัดจำหน่ายหุ้น IPO ต้องยื่นบทวิเคราะห์บริษัทที่ตนนำเข้าจดทะเบียนต่อตลาดหลักทรัพย์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง (ทุกครึ่งปี) เป็นเวลา 3 ปีหลังเข้าจดทะเบียน และต้องเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทตนเองด้วย ยกเว้นกรณีที่ระยะเวลาตั้งแต่วันเข้าจดทะเบียนจนถึงวันสิ้นครึ่งปีนั้นเหลือไม่ถึง 2 เดือน ซึ่งจะเริ่มนับข้อบังคับนี้ตั้งแต่ครึ่งปีถัดไป

ระเบียบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นกลไกให้ข้อมูลแก่บริษัทที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนใหม่ในตลาดโคสแดค เพราะในช่วงที่ตลาดยังไม่รู้จักบริษัทมากพอ ‘ช่องว่างของบทวิเคราะห์’ อาจกลายเป็นความเหลื่อมล้ำด้านข้อมูลสำหรับนักลงทุนได้

หากดูเป็นรายกรณี เคแบงก์เข้าจดทะเบียนเมื่อวันที่ 5 มีนาคม และมีซัมซุงซิเคียวริตีส์(Samsung Securities) กับโครยาอินเวสต์เมนต์แอนด์ซิเคียวริตีส์(Korea Investment & Securities) ออกความเห็นตามมา ส่วนริเซนส์เมดิคัลมีดีบีซิเคียวริตีส์(DB Securities) เสนอราคาเป้าหมาย และมีบริษัทหลักทรัพย์อีกหลายแห่งออกบทวิเคราะห์โดยไม่ระบุราคาเป้าหมาย ขณะที่แมดอัพเข้าจดทะเบียนเมื่อเดือนกรกฎาคม และเอสเคซิเคียวริตีส์(SK Securities) เริ่มทำบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 1 (เวลาท้องถิ่น)

ในทางกลับกัน มีหุ้น IPO ถึง 37 ตัวที่ไม่มีการเสนอราคาเป้าหมายเลย และในกลุ่มหุ้นที่เข้าจดทะเบียนช่วงไตรมาสแรกบางตัว เช่น ด็อกยังเอเนอร์เจน(Deokyang Energen, 0001A0), เอสทีม(S-Team, 458350) และฮันแพส(Hanpass, 408470) ก็ยังไม่มีบทวิเคราะห์จากผู้จัดจำหน่ายออกมาแม้แต่ฉบับเดียว

สาเหตุที่บทวิเคราะห์หุ้น IPO ใหม่ลดน้อยลง มาจากโครงสร้างตลาดที่บุคลากรฝ่ายวิจัยและความต้องการบทวิเคราะห์ถูกจัดสรรไปที่หุ้นมูลค่าตลาดสูงก่อน หุ้นขนาดใหญ่ที่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยให้ความสนใจมีฐานผู้อ่านบทวิเคราะห์กว้างกว่า ในขณะที่หุ้นขนาดกลางและเล็กที่เพิ่งเข้าตลาดใหม่มักมีปริมาณการซื้อขายและความต้องการจำกัด

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมรายหนึ่งกล่าวว่า “การวิเคราะห์บริษัทด้วยบุคลากรที่มีจำกัดเทไปทางหุ้นขนาดใหญ่ ทำให้หุ้น IPO ใหม่ในตลาดโคสแดคถูกลดความสำคัญลงไปอีก โดยเฉพาะกรณีที่ราคาหุ้นซึมตัวลงหลังเข้าตลาดไม่กี่เดือน ซึ่งทำให้การคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตทำได้ยากขึ้น และง่ายที่จะตกอยู่ในวงจรที่ถูกมองข้ามไปเรื่อยๆ” คำกล่าวนี้ชี้ให้เห็นโครงสร้างที่บุคลากรวิเคราะห์และความต้องการบทวิเคราะห์ถูกจัดสรรไปยังหุ้นมูลค่าตลาดสูงก่อนเป็นอันดับแรก

การที่บทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์มีจำกัดไม่ได้แปลว่าหุ้นตัวนั้นไม่น่าลงทุนแต่อย่างใด แต่ยิ่งมีหุ้นที่ไม่ถูกวิเคราะห์มากเท่าไร นักลงทุนก็ยิ่งต้องพึ่งพาข้อมูลเปิดเผยสารสนเทศ เอกสาร IR และผลประกอบการที่บริษัทประกาศเองมากขึ้นเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานถึงกรณีที่ราคาเป้าหมายจากบริษัทหลักทรัพย์ปรับตัวสวนทางกับผลประกอบการที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากการสำรวจครั้งนี้ที่มุ่งดูสัดส่วนหุ้นที่ไม่มีบทวิเคราะห์ออกมาเลย มากกว่าทิศทางของราคาเป้าหมาย

ปริมาณและการเข้าถึงบทวิเคราะห์หุ้นยังคงเป็นปัจจัยแยกต่างหากที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมข้อมูลของหุ้น IPO ใหม่ ตามระเบียบปฏิบัติของตลาดหลักทรัพย์เกาหลี ผู้จัดจำหน่ายหุ้นมีหน้าที่ต้องยื่นบทวิเคราะห์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้งเป็นเวลา 3 ปีหลังเข้าจดทะเบียน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1