โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกมาวิจารณ์ปัญหาความไม่สมดุลของค่าเงินดอลลาร์ระหว่างสหรัฐและแคนาดาอย่างเปิดเผย ท่ามกลางความขัดแย้งด้านภาษีนำเข้าระหว่างสองประเทศที่เริ่มลุกลามไปสู่ประเด็นค่าเงินและความไม่สมดุลทางการค้า
เมื่อวันที่ 7 กันยายน (ตามเวลาเกาหลีใต้) ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียล (Truth Social) ระบุว่า "ความไม่สมดุลของค่าเงินดอลลาร์ระหว่างสหรัฐกับแคนาดาเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เรื่องนี้เป็นแบบนี้มาหลายปีแล้ว แต่ต่อไปจะปล่อยให้เป็นแบบนี้อีกไม่ได้" ตามรายงานของยอนฮับ อินโฟแม็กซ์ (Yonhap Infomax) ทั้งนี้จากบริบทยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์กำลังพุ่งเป้าไปที่ระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์แคนาดาโดยตรง หรือใช้คำว่าค่าเงินเพื่อสื่อถึงความไม่สมดุลทางการค้าระหว่างสองประเทศ
คำกล่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งด้านภาษีนำเข้าระหว่างสหรัฐและแคนาดาที่ยังดำเนินอยู่ โดยสหรัฐเริ่มเก็บภาษีนำเข้า 50% กับสินค้าแคนาดาบางส่วน มูลค่ารวมราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 27 ล้านล้านวอน) ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา
ด้านรัฐบาลแคนาดาเตรียมตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ มูลค่า 27,600 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ราว 27.4 ล้านล้านวอน) ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายนนี้ โดยอัตราภาษีแบ่งเป็น 15%, 25% และ 50% ตามประเภทสินค้า
สินค้าที่ถูกเก็บภาษีตอบโต้ ได้แก่ △เหล็กกล้า △ผลิตภัณฑ์นม △เครื่องใช้ไฟฟ้า △เครื่องจักรกลการเกษตร △เยื่อกระดาษและกระดาษ △อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้รัฐบาลแคนาดายังออกมาตรการช่วยเหลือแรงงานและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐ วงเงินรวม 7,500 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ราว 7.4 ล้านล้านวอน)
แม้ภาษีนำเข้าจะเป็นเพียงภาษีที่เก็บจากสินค้านำเข้า แต่ในกรณีนี้ประเด็นทำเลที่ตั้งของอุตสาหกรรมและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เมื่อต้นทุนนำเข้าสูงขึ้น บริษัทต่างๆ ต้องทบทวนฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานใหม่ ขณะที่ความขัดแย้งทางการค้าก็อาจส่งผลต่อมูลค่าเงินตราได้เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ในเดือนที่ผ่านมา ทรัมป์เคยพูดถึงการที่บริษัทแคนาดาย้ายฐานเข้าสหรัฐ พร้อมกดดันด้านการค้าอย่างต่อเนื่อง และยอนฮับ อินโฟแม็กซ์รายงานว่าสหรัฐมีแผนเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และเหล็กกล้าในอัตรา 50% เพิ่มเติมตั้งแต่ปีหน้า
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานแผนของแคนาดาที่จะเก็บภาษีตอบโต้สินค้านำเข้าจากสหรัฐมูลค่า 27,600 ล้านดอลลาร์แคนาดา โดยรัฐบาลแคนาดาระบุในขณะนั้นว่าจะเก็บภาษีเพิ่มเติมกับสินค้าสหรัฐในวงเงินเท่ากับที่สหรัฐเก็บภาษี 50% จากสินค้าแคนาดา
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและแคนาดายังถูกนำมาเป็นปัจจัยในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศด้วย โดย TokenPost เคยรายงานแนวโน้มตลาดที่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและแคนาดาส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แคนาดาอ่อนตัวมาก่อนหน้านี้
หากค่าเงินดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่าลง สินค้าส่งออกของแคนาดาอาจได้เปรียบด้านราคามากขึ้น แต่ภาระต้นทุนสินค้านำเข้าก็อาจสูงขึ้นตามไปด้วย ในทางกลับกัน สำหรับสหรัฐแล้ว ทั้งอัตราแลกเปลี่ยนและภาษีนำเข้าต่างกลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกในข้อถกเถียงเรื่องดุลการค้าไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม คำกล่าวของทรัมป์ครั้งนี้ไม่ได้เชื่อมโยงโดยตรงกับมาตรการกำกับดูแลบิตคอยน์(BTC)หรือสินทรัพย์ดิจิทัลรายการใดเป็นการเฉพาะ เนื่องจากประเด็นเงินดอลลาร์ ภาษีนำเข้า และความขัดแย้งกับประเทศคู่ค้าสำคัญถูกหยิบยกขึ้นมาพร้อมกัน ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงจึงน่าจะจับตามาตรการทางการค้าและปฏิกิริยาของตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศที่จะตามมาต่อไป
กำหนดการที่ยืนยันแล้วในขณะนี้คือการบังคับใช้ภาษีตอบโต้ของแคนาดาในวันที่ 8 กันยายนนี้ ส่วนแผนเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และเหล็กกล้าของสหรัฐในอัตรา 50% มีกำหนดเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปีหน้า
ความคิดเห็น 0