ศูนย์รักษาความปลอดภัยวอลเล็ตของไบแนนซ์(Binance) สามารถสกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้งานได้ราว 540 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 727,400 ล้านวอน) ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026
ไบแนนซ์เปิดเผยผลงานด้านความปลอดภัยประจำครึ่งปีแรกผ่านบล็อกทางการเมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) โดยระบุว่าได้วางมาตรการป้องกันไว้ในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การโจมตี
△กรอง 'สแปม' ได้ประมาณ 206 ล้านรายการ △ระบุธุรกรรมความเสี่ยงสูงในบล็อกเชน 19 สาย รวมราว 4.93 ล้านรายการ △ตรวจพบการอนุมัติที่เป็นอันตรายประมาณ 996,000 รายการ คือมาตรการที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว
ไบแนนซ์ระบุว่าผู้โจมตีนำ 'ปัญญาประดิษฐ์' หรือ AI มาใช้ขยายรูปแบบกลโกงมากขึ้น โดยจำนวนเอนทิตีที่เป็นอันตรายเพิ่มขึ้นราว 3 เท่าเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า พร้อมชี้ว่าเทคโนโลยี AI ทำให้ต้นทุนการสร้างเว็บไซต์ปลอม วิดีโอดีปเฟค และสคริปต์อันตราย ลดลงจนแทบเป็นศูนย์
ธุรกรรมความเสี่ยงสูง หมายถึงธุรกรรมบนบล็อกเชนที่ถูกจัดว่าเกี่ยวข้องกับที่อยู่หลอกลวงที่เคยพบมาก่อนหรือมีรูปแบบผิดปกติ ส่วนการอนุมัติที่เป็นอันตราย หมายถึงการอนุมัติสมาร์ทคอนแทรกต์ที่โอนสิทธิ์เคลื่อนย้ายโทเคนให้บุคคลที่สามโดยผู้ใช้ไม่รู้ตัว ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้ไม่ตรวจสอบรายละเอียดสิทธิ์ของคำขออนุมัติที่ปรากฏบนหน้าจอวอลเล็ต
การป้องกันของทีมความปลอดภัยไบแนนซ์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เมื่อเดือนที่แล้วก็มีรายงานว่าทีมสามารถสกัดความพยายามโจมตีระบบธรรมาภิบาลบนเชน (on-chain governance) ป้องกันความเสียหายมูลค่า 1.2 ล้านดอลลาร์ได้สำเร็จ
มีการวิเคราะห์ว่าการแพร่หลายของเครื่องมือ AI เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ทำให้อุปสรรคในการเข้าสู่ขบวนการหลอกลวงลดลงตามไปด้วย ในอดีตการสร้างเว็บไซต์ปลอมหรือวิดีโอดีปเฟคต้องอาศัยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญและต้นทุนการผลิตแยกต่างหาก แต่ปัจจุบันสามารถใช้เครื่องมือ AI ผลิตซ้ำได้ง่ายและจำนวนมาก
สำหรับทีมความปลอดภัยของแพลตฟอร์มเทรด มาตรการป้องกันล่วงหน้า เช่น การกรองสแปมและการตรวจสอบคำขออนุมัติธุรกรรม จึงมีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย ส่วนผู้ใช้งานทั่วไป การไม่ตอบรับคำขอเซ็นวอลเล็ตหรือคำขออนุมัติโทเคนที่มาจากแหล่งไม่ชัดเจน ถือเป็นแนวทางพื้นฐานที่ควรยึดถือ
ส่วนศูนย์รักษาความปลอดภัยวอลเล็ตไบแนนซ์จะยังคงรักษาระดับผลงานด้านการป้องกันไว้ได้ในระดับเดียวกันหรือไม่ในช่วงครึ่งปีหลัง ยังต้องติดตามตรวจสอบต่อไป
ความคิดเห็น 0