ชิบะอินุ(SHIB) ไหลเข้าเอ็กซ์เชนจ์รวม 168,180 ล้านโทเคนภายใน 24 ชั่วโมง ส่งสัญญาณว่านักลงทุนบางส่วนเริ่มทำกำไร แต่ในช่วงเวลาเดียวกันยอดไหลออกกลับสูงกว่ายอดไหลเข้า ทำให้หลายฝ่ายมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าตลาดกำลังเข้าสู่ภาวะเทขายครั้งใหญ่
เมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) U.Today รายงานว่ายอดไหลเข้าเอ็กซ์เชนจ์ของ SHIB ในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 168,180 ล้านโทเคน โดยมีขนาดเฉลี่ยต่อรายการอยู่ที่ 733.61 ล้านโทเคน ขณะที่ยอดฝากก้อนใหญ่ 10 อันดับแรกรวมกันสูงถึง 3,530 ล้านโทเคน โทเคนที่ถูกฝากเข้าเอ็กซ์เชนจ์นั้นพร้อมขายได้ทันที การไหลเข้าที่เพิ่มขึ้นจึงมักถูกตีความว่าเป็นสัญญาณ 'เตรียมเทขาย'
ราคา SHIB ดีดตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดในเดือนสิงหาคมที่ 0.0000044-0.0000045 ดอลลาร์ มาซื้อขายอยู่ที่ 0.00000552 ดอลลาร์ (ประมาณ 0.0074 วอนเกาหลี) ในวันเดียวกัน พร้อมทั้งขึ้นยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (0.00000515 ดอลลาร์) และ 100 วัน (0.00000503 ดอลลาร์) ได้ทั้งคู่ สะท้อนแนวโน้มขาขึ้นทั้งระยะสั้นและระยะกลางที่ยังต่อเนื่อง
ตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตาคือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันที่ 0.00000568 ดอลลาร์ ซึ่งอยู่เหนือราคาปัจจุบันเพียงเล็กน้อยและทำหน้าที่เป็นแนวต้าน หากไม่สามารถทะลุผ่านโซนนี้ได้ โอกาสที่ราคาจะปรับฐานก็จะเพิ่มขึ้น ส่วนดัชนี RSI รายวันอยู่ที่ราว 60 ยังต่ำกว่าระดับ 70 ที่ถือว่า 'ซื้อมากเกินไป' แต่ก็เป็นสัญญาณว่าแรงส่งขาขึ้นเริ่มอ่อนแรงลง U.Today วิเคราะห์ว่าการที่ราคาจะทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันได้หรือไม่น่าจะเป็นตัวชี้ทิศทางระยะสั้นของ SHIB
ในช่วงเวลาเดียวกัน ยอดไหลออกจากเอ็กซ์เชนจ์อยู่ที่ 208,980 ล้านโทเคน ซึ่งมากกว่ายอดไหลเข้า โดย U.Today ระบุว่ายอดไหลออกสุทธิอยู่ที่ 2,664 ล้านโทเคน และยอดถือครองบนเอ็กซ์เชนจ์ลดลง 0.03% ตัวเลขนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้หลายฝ่ายมองว่ายอดไหลเข้าที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอจะฟันธงว่าเป็นเหตุการณ์เทขายขนาดใหญ่
ก่อนหน้านี้ TokenPost รายงานว่ายอดไหลเข้าสุทธิของ SHIB เมื่อวันที่ 5 อยู่ที่ 86,530 ล้านโทเคน ซึ่งเมื่อเทียบกับการกลับมาเป็นไหลออกสุทธิในครั้งนี้ สะท้อนว่าทิศทางเงินทุนพลิกกลับภายในเวลาเพียง 2 วัน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลยอดไหลเข้าครั้งนี้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้เทขาย ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนรายย่อย สถาบัน หรือกลุ่มวอลเล็ตรายใหญ่ ('วาฬ') ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าฝ่ายใดเป็นตัวขับเคลื่อนยอดไหลเข้าดังกล่าว ขณะที่ตัวชี้วัดทางเทคนิคอย่าง RSI หรือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ก็เป็นดัชนีที่สะท้อนผลย้อนหลัง จึงมีข้อจำกัดในการตรวจจับความเปลี่ยนแปลงฉับพลันของตลาดล่วงหน้า
ความคิดเห็น 0