โปรโตคอลให้กู้ยืมคริปโตบนเครือข่ายโครโนส(Cronos) อย่างเทคโทนิค(Tectonic) ยังติดตามคืนเงินไม่ได้ราว 9.19 ล้านดอลลาร์ หลังถูกโจมตีเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดทีมงานเตรียมทยอยตัดโทเคนที่มีสภาพคล่องต่ำและตีราคาได้ยากออกจากรายการหลักประกันที่ใช้กู้ยืมได้ พร้อมกำหนดเพดานการกู้ยืมแยกตามแต่ละตลาด
เทคโทนิคระบุในรายงานการโจมตี(Attack Report) ว่า เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) ผู้โจมตีปั่นราคาโทเคนกำกับดูแล(Governance Token) อย่างโทนิค(TONIC) ให้สูงขึ้น ก่อนนำมูลค่าที่พองตัวไปวางเป็นหลักประกันกู้ยืมสินทรัพย์จากหลายตลาดพร้อมกันภายในธุรกรรมเดียว คิดเป็นมูลค่ารวมตามราคาหน้าตั๋ว(Notional Value) ถึง 120.4 ล้านดอลลาร์ ผู้โจมตีสามารถโยกเงินราว 9.19 ล้านดอลลาร์ข้ามไปยังเชนอื่นได้ก่อนที่เครือข่ายโครโนสจะหยุดทำงานชั่วคราว และเงินจำนวนนี้ยังไม่ถูกติดตามคืนมาได้จนถึงขณะนี้
ช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตีเกิดจากโครงสร้างที่เปิดให้ผู้ใช้กู้ยืมโทนิค(TONIC) แล้วนำกลับมาฝากเป็นหลักประกันซ้ำได้อีกครั้งภายในธุรกรรมเดียวกัน โดยโทนิคถูกกำหนดอัตราส่วนหลักประกัน(Collateral Ratio) ให้กู้ยืมได้สูงสุดถึง 20% ของมูลค่าหลักประกัน และคำนวณราคาโดยอิงราคาตลาดทันที(Spot Price) เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีระบบตรวจสอบเพดานหลักประกันที่เชื่อมโยงกับสภาพคล่องจริงในตลาด หรือระบบเฝ้าระวังราคาที่พุ่งขึ้นผิดปกติในช่วงเวลาสั้นๆ
ด้วยโครงสร้างเช่นนี้ แม้ปริมาณโทนิคที่ขายได้จริงในตลาดจะมีน้อย แต่หากราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว มูลค่าหลักประกันที่ระบบตีราคาไว้ก็จะพุ่งตามไปด้วย ผู้โจมตีอาศัยช่องว่างนี้ดันมูลค่าประเมินของโทนิคให้สูงขึ้น แล้วนำไปกู้ยืมสินทรัพย์สภาพคล่องจากตลาดอื่น ก่อนที่ทีมงานเครือข่ายโครโนสจะตัดสินใจหยุดเครือข่ายชั่วคราวและย้อนสถานะระบบกลับ
เทคโทนิคระบุว่าจะทยอยตัดโทเคนที่ตีราคาได้ยากและมีสภาพคล่องต่ำออกจากรายการสินทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกันได้ พร้อมกำหนดเพดานการกู้ยืมแยกเฉพาะในแต่ละตลาดปล่อยกู้ ส่วนขอบเขตการบังคับใช้และกำหนดเวลาที่แน่ชัดนั้น บริษัทระบุว่าจะเปิดเผยอีกครั้งหลังแผนดำเนินการสรุปแล้วเสร็จ
ขณะนี้เทคโทนิคกำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล(Forensic) หน่วยงานสอบสวน ผู้ออกเหรียญ Stablecoin ศูนย์ซื้อขายคริปโต และผู้ให้บริการบริดจ์ข้ามเชน(Cross-chain Bridge) เพื่อติดตามเงินคืน ทั้งนี้ผลสรุปสุดท้ายทั้งในส่วนการติดตามเงินคืนและการปรับนโยบายหลักประกันยังไม่ได้ข้อสรุปในขณะนี้
ความคิดเห็น 0