สัดส่วนการถือ 'หุ้นและหลักทรัพย์แปลงสภาพ' ของฝ่ายจองจินซอก(Jung Jin-seok) ผู้ถือหุ้นเอสเอสอาร์(SSR, รหัสหุ้น 275630) ลดลงเหลือ 6.61% หลังจากทยอยขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ต่อเนื่องหลายครั้ง
เอสเอสอาร์เปิดเผยรายงานการถือครองหุ้นและหลักทรัพย์แปลงสภาพจำนวนมากของฝ่ายจองจินซอกเมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานระบุว่า ฝ่ายจองจินซอกถือหุ้นและหลักทรัพย์แปลงสภาพรวม 347,269 หุ้นในปัจจุบัน ลดลงจากรายงานฉบับก่อนหน้า 106,642 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนที่ลดลง 2.03 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยรายงานฉบับก่อนหน้านั้นยื่นไว้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2020
สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มาจากการ 'ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์' โดยจองจินซอกทยอยขายหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดรวม 18 ครั้งในช่วงวันที่ 9 กรกฎาคมถึง 7 กันยายน
เฉพาะวันที่ 7 กันยายนวันเดียว มีการขายหุ้นจำนวน 3,556 หุ้นในราคาหุ้นละ 4,578 วอน และอีก 4,003 หุ้นในราคาหุ้นละ 4,254 วอน ส่งผลให้ยอดถือครองหุ้นและหลักทรัพย์แปลงสภาพสุดท้ายของฝ่ายจองจินซอกลดลงเหลือ 347,269 หุ้นตามที่ระบุข้างต้น
รายงานฉบับนี้ระบุวัตถุประสงค์การถือหุ้นของฝ่ายจองจินซอกไว้ว่าเป็น 'การลงทุนทั่วไป' ซึ่งเป็นเหตุผลที่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอำนาจบริหารหรือโครงสร้างการกำกับดูแลของบริษัทแต่อย่างใด
ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของเอสเอสอาร์คือจีรันจีเกียว ซีเคียวริตี้(Jiran Jiugyo Security) ข้อมูลจากระบบตรวจสอบผู้บริหารภายใน(Goinsider) ระบุว่า ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2026 จีรันจีเกียว ซีเคียวริตี้ถือหุ้นเอสเอสอาร์อยู่ที่ 49.79% ซึ่งถือเป็นสัดส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของบริษัท
สัดส่วนการถือหุ้นของจีรันจีเกียว ซีเคียวริตี้ยังคงสูงกว่าสัดส่วนของฝ่ายจองจินซอกอยู่มาก ดังนั้นการเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้จึงถูกตีความว่าเป็นเพียงการลดปริมาณการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายหนึ่ง มากกว่าจะเป็นกรณีการเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของบริษัท
คำว่า 'หุ้นและหลักทรัพย์แปลงสภาพ' ในที่นี้เป็นคำที่ใช้ในรายงานการถือครองหลักทรัพย์จำนวนมาก ซึ่งไม่ได้นับรวมเฉพาะหุ้นสามัญเท่านั้น แต่ยังอาจรวมถึงสิทธิหรือสัญญาที่สามารถแปลงเป็นหุ้นได้ในอนาคตด้วย ดังนั้นตัวเลขสัดส่วนการถือครองในรายงานนี้จึงอาจมีขอบเขตการนับที่แตกต่างจากสัดส่วนหุ้นสามัญทั่วไป
สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงตามที่ระบุในรายงานคือ 'การเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้นจากการขายในตลาดหลักทรัพย์' ขณะที่วัตถุประสงค์การถือหุ้นระบุเป็นการลงทุนทั่วไป ไม่ใช่เพื่อมีอิทธิพลต่อการบริหารจัดการ จึงควรพิจารณาแยกออกจากโครงสร้างการถือหุ้นของฝ่ายผู้ถือหุ้นใหญ่เดิม
ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันจากรายงานว่าฝ่ายจองจินซอกมีแผนขายหุ้นเพิ่มเติมหรือไม่ และการขายครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวหรือไม่ สิ่งที่ยืนยันได้จากการเปิดเผยข้อมูลในขณะนี้มีเพียงว่า มีการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์รวม 18 ครั้งจนถึงวันที่ 7 กันยายน และยอดถือครองหุ้นและหลักทรัพย์แปลงสภาพลดลงเหลือ 347,269 หุ้น
ความคิดเห็น 0