กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนจีนในไตรมาส 2 ปีนี้เพิ่มขึ้น 25.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นอัตราเติบโตสูงสุดในรอบ 5 ปี ทว่าในช่วงเวลาเดียวกัน ดัชนี STAR50(科创板50) ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของจีน กลับร่วงลงถึง 29% สวนทางกับผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
คริปโตบรีฟฟิ่ง(Crypto Briefing) รายงานเมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) ว่าผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียนจีนกับทิศทางราคาหุ้นเคลื่อนไหวสวนทางกันอย่างเห็นได้ชัด ด้านโกลด์แมน แซคส์ ประเมินแยกต่างหากว่าอัตราเติบโตของกำไรบริษัทจีนโดยรวมอยู่ที่ 24% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ปีเช่นกัน
การฟื้นตัวยังกระจายไปทั่วทั้งภาคอุตสาหกรรม โดยกำไรของบริษัทภาคอุตสาหกรรมจีนในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ราว 4 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 18.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อพิจารณาร่วมกับอัตราเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนโดยรวมแล้ว สะท้อนว่าการฟื้นตัวครั้งนี้ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่หุ้นขนาดใหญ่บางตัวเท่านั้น
แรงขับเคลื่อนหลักของผลประกอบการที่ดีขึ้นมาจากกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์(AI) โดยกำไรของภาคไอทีพุ่งขึ้นถึง 142% จากปีก่อน ผลจากการนำบริการ AI ไปใช้งานเชิงพาณิชย์อย่างจริงจังจนดันรายได้ให้เติบโต ขณะที่กำไรของภาคอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมถึงกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ก็เพิ่มขึ้น 97% จากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานประมวลผล AI ที่สูงขึ้น
เซนส์ไทม์(SenseTime) บริษัท AI ที่ขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปี พลิกกลับมามีกำไรได้ในไตรมาส 2 นี้ ถูกยกเป็นตัวอย่างของบริษัท AI ที่ก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการใช้งานเชิงพาณิชย์ และเริ่มพิสูจน์ผลงานได้ด้วยรายได้และกำไรที่เกิดขึ้นจริง
ดัชนี CSI300 ประกอบด้วยหุ้นขนาดใหญ่ 300 ตัวที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น สะท้อนภาพรวมของตลาดหุ้นจีนทั้งระบบ ส่วนดัชนี STAR50 ประกอบด้วยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี 50 ตัวที่จดทะเบียนในตลาด STAR Market(커촹반) ของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีสัดส่วนอุตสาหกรรมไฮเทคอย่างเซมิคอนดักเตอร์และ AI ค่อนข้างสูง
ไตรมาสนี้ทั้งสองดัชนีเคลื่อนไหวต่างกันอย่างชัดเจน โดยดัชนี CSI300 ปรับตัวลงเพียงราว 9% ในไตรมาส 2 ขณะที่ดัชนี STAR50 ซึ่งก่อนหน้านี้พุ่งขึ้นถึง 76% กลับร่วงลง 29% ในเวลาต่อมา ทำให้ส่วนต่างกำไรที่สะสมไว้หายไปเป็นจำนวนมาก
คริปโตบรีฟฟิ่งระบุสาเหตุที่ราคาหุ้นปรับตัวลงไว้ 3 ประการ ได้แก่ △ความกังวลว่าการลงทุนขนาดใหญ่ในดาต้าเซ็นเตอร์และการผลิตเซมิคอนดักเตอร์อาจกดดันความสามารถในการทำกำไร △ดัชนี STAR50 ปรับตัวขึ้นมามากแล้วก่อนหน้านี้ ทำให้ความคาดหวังด้านการเติบโตถูกสะท้อนอยู่ในราคาหุ้นไปมากพอสมควร △จุดอ่อนเชิงโครงสร้างจากสัญญาณการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศที่ยังไม่ชัดเจน
ความกังวลเรื่องเงินลงทุนไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผล โดยก่อนหน้านี้โกลด์แมน แซคส์เคยระบุในรายงานแยกต่างหากถึงการขยายการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัท AI จีน แม้ผลประกอบการภาค AI จะดีขึ้น แต่ขนาดของเงินลงทุนที่ทุ่มลงไปก็กลายเป็นเกณฑ์สำคัญที่นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจไปด้วย
ในทางกลับกัน ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงกดดันสินทรัพย์ครัวเรือนและความเชื่อมั่นด้านการบริโภคต่อเนื่อง ขณะที่การเติบโตของธุรกิจโฆษณาและอีคอมเมิร์ซในกลุ่มบริษัทอินเทอร์เน็ตก็ชะลอตัวลงเช่นกัน ทำให้ช่องว่างผลประกอบการระหว่างกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI กับกลุ่มธุรกิจที่พึ่งพาการบริโภคในประเทศชัดเจนขึ้นในไตรมาสนี้
คริปโตบรีฟฟิ่งสรุปว่า บริษัทในกลุ่ม AI เริ่มพิสูจน์ความสามารถในการทำกำไรได้แล้ว ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และอินเทอร์เน็ตยังเผชิญข้อจำกัดด้านการเติบโตท่ามกลางกำลังซื้อในประเทศที่ยังซบเซา
ความคิดเห็น 0