บิตคอยน์(BTC) พุ่งแตะระดับ 80,537 ดอลลาร์ เมื่อคืนวันที่ 6 (เวลาท้องถิ่น) ก่อนจะร่วงหลุดแนว 80,000 ดอลลาร์อีกครั้งภายในไม่ถึงวัน ระหว่างนั้นยอดการล้างพอร์ต (Liquidation) ทั่วตลาดคริปโตพุ่งไปแตะ 208 ล้านดอลลาร์
ข้อมูลจาก Coinglass ระบุว่า ในยอดการล้างพอร์ตทั้งหมดนี้ 57% หรือราว 119 ล้านดอลลาร์ มาจากฝั่งเปิดสถานะซื้อ (Long) ส่วนที่เหลืออีก 89 ล้านดอลลาร์มาจากฝั่งเปิดสถานะขาย (Short) เท่ากับว่าเทรดเดอร์ที่เดิมพันฝั่งขาขึ้นเป็นฝ่ายเจ็บตัวหนักกว่า
เฉพาะตลาดสปอตของบิตคอยน์เพียงอย่างเดียว มียอดล้างพอร์ตรวม 55 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นฝั่ง Long 35 ล้านดอลลาร์ และฝั่ง Short 20 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าทั้งตลาดอนุพันธ์และตลาดสปอตต่างก็เห็นความเสียหายฝั่งขาซื้อเป็นหลัก
ครั้งนี้ถือเป็นความพยายามกลับไปแตะ 80,000 ดอลลาร์ครั้งแรกของบิตคอยน์ นับตั้งแต่ราคาร่วงแรงเมื่อสัปดาห์ก่อน แรงซื้อกลับมาคึกคักหลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ผลักดันราคาขึ้นไปแตะ 80,537 ดอลลาร์ในคืนวันที่ 6 ขณะเดียวกัน Zcash(ZEC) และไฮเปอร์ลิควิด(HYPE) ก็ทำราคาสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน
แต่แรงขึ้นครั้งนี้อยู่ได้ไม่ถึงวัน ช่วงเช้าวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) ความพยายามทะลุ 80,000 ดอลลาร์อีกครั้งถูกสกัดไว้ที่บริเวณ 79,700 ดอลลาร์ ก่อนราคาจะร่วงลงไปถึง 78,685 ดอลลาร์ ผลจากแรงเทขายนี้ทำให้มูลค่าตลาดรวมของคริปโตทั้งหมดลดลงเหลือ 1.58 ล้านล้านดอลลาร์
ทีมวิเคราะห์ของตลาดซื้อขายคริปโตสัญชาติอเมริกัน บิตฟิเน็กซ์(Bitfinex) ประเมินว่าโครงสร้างตลาดของบิตคอยน์ตอนนี้ 'เป็นบวก' แต่ก็ระบุว่า "เงื่อนไขสำหรับการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องยังไม่ครบถ้วน" สะท้อนว่าแม้ภาพรวมจะดูดี แต่ยังมีปัจจัยฉุดรั้งที่ต้องจับตา
บิตฟิเน็กซ์ชี้ปัจจัยบวกไว้ 2 ข้อ ได้แก่ △กระแสเงินไหลเข้าสุทธิของกองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอต และ △ปริมาณสเตเบิลคอยน์ในตลาดที่ขยายตัวขึ้น ส่วนปัจจัยกดดันมี 2 ข้อเช่นกัน คือ △อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น และ △ทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ยังไม่ชัดเจน โดยบิตฟิเน็กซ์อธิบายว่า "สภาพคล่องกำลังพยุงราคาไว้ไม่ให้หลุดแนวรับ แต่ผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นของสหรัฐฯ กลับเป็นตัวกำหนดเพดานด้านบนเอาไว้"
บิตฟิเน็กซ์วางเงื่อนไข 3 ข้อที่ต้องเกิดขึ้นพร้อมกันเพื่อให้ราคาขึ้นต่อได้อย่างยั่งยืน คือ △เงินไหลเข้าสุทธิของ ETF สปอตต้องต่อเนื่อง △ปริมาณสเตเบิลคอยน์ต้องขยายตัวต่อไป และ △ขณะที่สองสัญญาณนี้ยังอยู่ บิตคอยน์ต้องสามารถทะลุกรอบราคาปัจจุบันขึ้นไปได้จริง
บิตฟิเน็กซ์ยังระบุว่า หากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ออกมาสูงกว่าคาด อาจทำให้ตลาดกังวลว่าเฟดจะคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้น ซึ่งจะกดดันแรงขึ้นของราคาให้อ่อนตัวลงได้
ก่อนหน้านี้บิตคอยน์เคยขึ้นไปแตะ 82,320 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 3 กันยายน ก่อนจะร่วงกลับเข้าสู่กรอบ 77,200-82,100 ดอลลาร์ และเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบนี้มาตลอด นักลงทุนที่เข้าซื้อใกล้จุดสูงสุดก่อนหน้านี้ยังมีแรงขายทำกำไรค้างอยู่จำนวนมาก ทำให้มีการคาดการณ์กันว่าแนวต้านบริเวณ 82,100 ดอลลาร์อาจถูกทดสอบซ้ำอีกหลายครั้ง
ในตลาดฟิวเจอร์ส 'การล้างพอร์ต (Liquidation)' หมายถึงสถานะของเทรดเดอร์ที่ใช้เลเวอเรจเดิมพันทิศทางราคาแล้วขาดทุนจนหลักประกันหมด ทำให้ระบบบังคับปิดสถานะโดยอัตโนมัติ โดยทั่วไปเมื่อราคาผันผวนรุนแรง การล้างพอร์ตจะไล่เรียงจากเทรดเดอร์ที่ใช้เลเวอเรจสูงสุดก่อน และเมื่อฝั่ง Long เปิดสถานะไว้จำนวนมากด้วยความหวังว่าราคาจะขึ้นต่อ หากราคากลับตัวลง ยอดล้างพอร์ตฝั่ง Long ก็มักจะสูงกว่าฝั่ง Short เสมอ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
ปัจจัยบวกทั้งสองข้อที่บิตฟิเน็กซ์ระบุ เชื่อมโยงโดยตรงกับสภาพคล่องในตลาด กองทุน ETF สปอตมีโครงสร้างที่บริษัทจัดการกองทุนต้องถือบิตคอยน์จริง ดังนั้นเมื่อมีเงินไหลเข้าสุทธิเพิ่มขึ้น จึงตีความได้ว่าเม็ดเงินจากสถาบันไหลเข้าตลาดจริง ส่วนสเตเบิลคอยน์คือเหรียญที่ผูกมูลค่าไว้กับสกุลเงินหลัก เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อปริมาณสเตเบิลคอยน์เพิ่มขึ้น จึงสะท้อนว่ามีแรงซื้อรอเข้าตลาดผ่านกระดานเทรดมากขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม สัญญาณทั้งสองข้อนี้จะแปลงเป็นแรงซื้อจริงได้ก็ต่อเมื่อผ่านตัวแปรฝั่งตรงข้ามอย่างผลตอบแทนพันธบัตรไปให้ได้ก่อน เพราะเมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูง นักลงทุนมีแนวโน้มจะเลือกถือพันธบัตรที่ปลอดภัยกว่าแทนสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งบิตฟิเน็กซ์มองว่านี่คือปัจจัยที่กดเพดานราคาไว้ ในการล้างพอร์ตรอบนี้ ฝ่ายที่ขาดทุนหนักคือเทรดเดอร์ที่ใช้เลเวอเรจสูงเดิมพันว่าราคาจะทะลุ 80,000 ดอลลาร์ ขณะที่เทรดเดอร์ฝั่ง Short ขาดทุนน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บิตคอยน์เจอแรงต้านแถว 80,000 ดอลลาร์ ในช่วงที่ผ่านมาแทบทุกครั้งที่ราคาดีดตัวขึ้น แรงส่งมักจะอ่อนแรงลงในโซนใกล้เคียงระดับนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สัปดาห์นี้ตลาดจับตาการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ควบคู่ไปกับเงื่อนไข 3 ข้อที่บิตฟิเน็กซ์วางไว้ และการทดสอบแนวต้าน 82,100 ดอลลาร์อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นหมุดหมายสำคัญที่บอกทิศทางของบิตคอยน์ในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0