เครือข่าย XRP เลดเจอร์ (XRP Ledger, XRPL) ของริปเปิล(XRP) รายงานว่าฮับส่วนตัว (private hub) แห่งหนึ่งมีจำนวนการเชื่อมต่อพร้อมกันสูงสุดถึง 423 จุด ขณะที่ตัวชี้วัดทราฟฟิกที่บ่งชี้การใช้งานในทางที่ผิดหรือ 'Abuse' ลดลงเหลือใกล้ระดับศูนย์ สะท้อนว่าสถานะการเชื่อมต่อของฮับเริ่มกลับสู่ความเสถียรหลังเหตุการณ์ manifest flood ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
เดวิด ชวาร์ตซ์(David Schwartz) ผู้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีกิตติมศักดิ์ของริปเปิล เปิดเผยข้อมูลฮับส่วนตัวที่วัดได้ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคมถึงวันที่ 8 กันยายน โดยระบุว่าฮับดังกล่าวมีการเชื่อมต่อพร้อมกันเฉลี่ยราว 400 จุด และมีจำนวนสูงสุดที่ 423 จุด
ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลที่แสดงสถานะโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายหลังเหตุการณ์ manifest flood ที่เกิดขึ้นบน XRP เลดเจอร์ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นข้อมูลจากฮับส่วนตัวเพียงแห่งเดียว จึงไม่สามารถสรุปแทนสถานะของทั้งเครือข่าย XRP เลดเจอร์ได้ทั้งหมด
'Manifest' คือข้อมูลที่เชื่อมโยงตัวตนของ validator เข้ากับ signing key รายงานช่องโหว่อย่างเป็นทางการของ XRP เลดเจอร์ระบุว่า เมื่อช่วงวันที่ 31 กรกฎาคม (ตามเวลาเกาหลีใต้) ข้อความ manifest ถูกแพร่กระจายจำนวนมากในเครือข่ายแบบ peer-to-peer จนทำให้โหนดจำนวนมากหลุดการเชื่อมต่อ
ทั้งนี้ กระบวนการฉันทามติ (consensus) ของเลดเจอร์และการประมวลผลธุรกรรมไม่ได้หยุดชะงัก และไม่มีรายงานความสูญเสียของเงินทุน การรั่วไหลของกุญแจส่วนตัว หรือความเสียหายต่อความสมบูรณ์ของเลดเจอร์แต่อย่างใด
ประเด็นหลักของเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ความล้มเหลวของฉันทามติ แต่เป็นการหมดทรัพยากรในชั้น peer layer ซึ่งเป็นชั้นเครือข่ายที่ทำหน้าที่รักษาการเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างโหนด เมื่อการใช้ทรัพยากรในชั้นนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ความเสถียรของการเชื่อมต่อในบางโหนดอาจลดลง แม้ฉันทามติของเลดเจอร์จะไม่ได้รับผลกระทบก็ตาม
รายงานอย่างเป็นทางการระบุความเป็นไปได้ 3 ประการ ได้แก่ △จำนวนโหนดเวอร์ชันเก่าที่เพิ่มขึ้นพร้อมกัน △แคช manifest เก่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในระบบ △เวอร์ชันของซอฟต์แวร์ 'xrpld' ที่ถูกดัดแปลง โดยยังไม่มีการระบุสาเหตุที่แท้จริงหรือผู้ก่อเหตุที่ชัดเจน
รายงานยังไม่ได้สรุปว่าเหตุการณ์ manifest flood ครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจหรือเป็นความผิดพลาดระหว่างการทดลอง จึงยังไม่สามารถชี้ชัดว่าเป็นการกระทำของผู้โจมตีรายใดรายหนึ่งได้
ทีมพัฒนาได้เผยแพร่ 'xrpld 3.2.1' เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม โดยบันทึกการอัปเดตระบุว่าเวอร์ชันนี้แก้ไขปัญหาการใช้หน่วยความจำและทรัพยากรประมวลผลมากเกินไปในกระบวนการเผยแพร่ manifest ของ validator
ผู้ดูแลระบบได้รับคำแนะนำให้ทำการรีสตาร์ตระบบตามปกติหนึ่งครั้งหลังการอัปเกรด รายงานสรุปเหตุการณ์ระบุว่ามาตรการรับมือคือการจำกัดปริมาณการจัดเก็บ manifest ของ validator ที่ยังไม่ผ่านการเชื่อถือ พร้อมกำหนดเพดานขนาดของ manifest แต่ละรายการ จำนวนรายการต่อข้อความ และขนาดของแคช
ต่อมา 'xrpld 3.3.0' ที่เผยแพร่ตามมาได้ปรับแก้ข้อจำกัดดังกล่าวเพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ทางเว็บไซต์ของเราเคยรายงานกระบวนการตรวจสอบมาตรการแก้ไขใน XRP เลดเจอร์เวอร์ชัน 3.3.0 ไว้แล้ว
ข้อมูลฮับที่ชวาร์ตซ์เปิดเผยแสดงให้เห็นว่าสถานะการเชื่อมต่อของฮับดังกล่าวมีความเสถียรมากขึ้นหลังการอัปเดตแพตช์ ขณะที่ตัวชี้วัด 'Abuse' ที่ลดลงเหลือใกล้ศูนย์ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่พบในช่วงเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่อาจตีความตัวเลขนี้ขยายความไปถึงการกลับสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์ของ XRP เลดเจอร์ทั้งเครือข่าย เนื่องจากขอบเขตการวัดของฮับเพียงแห่งเดียวย่อมแตกต่างจากสถานะของทั้งเครือข่าย
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ฉันทามติของเลดเจอร์และการประมวลผลธุรกรรมจะยังคงดำเนินไปได้ตามปกติ แต่โครงสร้างพื้นฐานในชั้นการเชื่อมต่อระหว่างโหนดและการจัดการ manifest ก็ยังสามารถส่งผลต่อความพร้อมใช้งานของเครือข่ายได้ ต่อจากนี้ประเด็นที่ต้องติดตามคือการบังคับใช้แพตช์และข้อจำกัดด้านการจัดการ manifest จะยังคงถูกรักษาไว้อย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมการทำงานของแต่ละโหนดหรือไม่
ความคิดเห็น 0