กระแสข่าวที่ว่าร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตของสหรัฐฯ หรือ 'กฎหมายคลาริตี้' (CLARITY) กำลังจะล่มไม่เป็นท่า ถูกพาราไดม์ (Paradigm) บริษัทลงทุนด้านคริปโตออกมาโต้แย้งทันที โดยระบุว่าร่างกฎหมายนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนของวุฒิสภาและการเจรจาถ้อยคำในรายละเอียด ทำให้ยังสรุปไม่ได้ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน
อเล็กซานเดอร์ กรีฟ (Alexander Grieve) รองประธานฝ่ายกิจการภาครัฐของพาราไดม์ กล่าวว่าการฟันธงว่ากฎหมายคลาริตี้จะไม่ผ่านนั้น เป็นความเคลื่อนไหวที่ “ต้องการเรียกความสนใจและชี้นำความคิดเห็นสาธารณะ” เขาอธิบายเพิ่มว่าการเชื่อคำพูดเชิงลบของเจ้าหน้าที่สภาคองเกรสที่ไม่เปิดเผยชื่อ หรือคำให้สัมภาษณ์ของสมาชิกสภาคองเกรสต่อสื่อ โดยไม่ตั้งคำถาม ถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
กรีฟตั้งข้อสังเกตว่าคำพูดเชิงลบเหล่านี้อาจเป็น 'เครื่องมือต่อรองทางการเมือง' ที่ใช้กดดันให้ทำเนียบขาวหรือผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภายอมผ่อนปรนเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมยกเหตุผลว่า หากกระบวนการผลักดันกฎหมายนี้จบลงไปแล้วจริง กลุ่มสถาบันการเงินดั้งเดิมก็ไม่มีเหตุผลที่จะเดินหน้าล็อบบี้และลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ครั้งใหญ่ในสัปดาห์หน้า
คำพูดของกรีฟครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่กระแสมองโลกในแง่ร้ายของตลาดที่เชื่อว่าโอกาสผ่านของกฎหมายคลาริตี้แทบจะหมดไปแล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กรีฟพูดไม่ใช่การยืนยันว่ากฎหมายจะผ่านแน่นอน แต่เป็นการเสนอมุมมองอีกด้านต่อที่มาของกระแสมองโลกในแง่ร้ายดังกล่าว
กฎหมายคลาริตี้มีเนื้อหาสำคัญคือการกำหนดขอบเขตอำนาจกำกับดูแลระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) กับคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมวางกรอบการกำกับดูแลสำหรับ 'สินค้าดิจิทัล' และตัวกลางที่เกี่ยวข้อง โดยรายงานของคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ระบุว่ากฎหมายฉบับนี้แบ่งแยกอำนาจของ CFTC เหนือสินค้าดิจิทัล ออกจากอำนาจของ SEC ที่เกี่ยวข้องกับสัญญาการลงทุน
ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภาในหมายเลข H.R.3633 ตามกำหนดการอย่างเป็นทางการของวุฒิสภาสหรัฐฯ วุฒิสภาจะกลับมาเปิดสมัยประชุมอีกครั้งในวันที่ 14 กันยายน และจะเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณาญัตติเดินหน้าอภิปรายร่างกฎหมายในวันที่ 15 กันยายน เวลา 14.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่น)
ก่อนหน้านี้ จอห์น ทูน (John Thune) ผู้นำเสียงข้างมากของวุฒิสภา ได้ยื่นคำร้อง 'โคลเจอร์' (cloture) ต่อญัตติเปิดการพิจารณากฎหมายคลาริตี้ไปเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม โดยโคลเจอร์เป็นขั้นตอนที่ใช้ยุติการอภิปรายในวุฒิสภาเพื่อนำไปสู่การลงมติ
ประเด็นถกเถียงเรื่องกฎหมายคลาริตี้ยังคงวนอยู่ที่คำถามว่าจะให้หน่วยงานใดกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล และจะออกแบบระบบกำกับดูแลตัวกลางอย่างไร โดยเส้นแบ่งระหว่างสินทรัพย์ที่ถูกจัดเป็น 'หลักทรัพย์' กับสินทรัพย์ที่ถูกจัดเป็น 'สินค้าดิจิทัล' ถือเป็นประเด็นหลักที่จะกำหนดภาระด้านกำกับดูแลและหน่วยงานกำกับดูแลของผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
ผลประโยชน์ของฝ่ายต่างๆ ในเรื่องนี้ก็แตกต่างกันไป ฝั่งพาราไดม์มองว่ากระแสข่าวกฎหมายล่มอาจเป็นเพียงข้อความทางการเมืองเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง ขณะที่ฝ่ายที่มองโลกในแง่ร้ายประเมินโอกาสผ่านของกฎหมายในระดับต่ำ โดยอ้างอิงจากประเด็นขัดแย้งภายในวุฒิสภาและกรอบเวลาการพิจารณาที่จำกัด
ชะตากรรมที่แท้จริงของกฎหมายคลาริตี้ยังขึ้นอยู่กับขั้นตอนของวุฒิสภาและผลการเจรจาถ้อยคำในรายละเอียดต่อจากนี้ โดยการลงมติโคลเจอร์ต่อญัตติเปิดพิจารณาที่กำหนดไว้ในวันที่ 15 กันยายน จะเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยชี้วัดว่าการถกเถียงเรื่องกฎหมายฉบับนี้จะเดินหน้าอย่างจริงจังหรือไม่
ความคิดเห็น 0