LG ซีเอ็นเอส (LG CNS) เดินหน้าโครงการพิสูจน์แนวคิด (PoC) นำเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พัฒนาเฉพาะสำหรับงานตรวจสุขภาพไปใช้งานที่ศูนย์ตรวจสุขภาพชาอุม (Cha Woom) โดย AI จะช่วยตั้งแต่การวิเคราะห์ประวัติการตรวจ การแนะนำรายการตรวจ การจัดทำผลตรวจ ไปจนถึงการดูแลหลังการตรวจ
LG CNS เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 กันยายนนี้ว่า บริษัทร่วมกับศูนย์ตรวจสุขภาพชาอุมและชาเฮลธ์แคร์ (Cha Healthcare) ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและความเป็นไปได้ในการใช้งานเอเจนต์ AI ในพื้นที่ตรวจสุขภาพจริง ทั้งนี้ โครงการนี้ยังไม่ใช่ขั้นตอนการนำระบบ AI ไปใช้งานเชิงพาณิชย์ทันที แต่เป็นกระบวนการตรวจสอบความเป็นไปได้ในการใช้งานจริงในภาคสนาม
เอเจนต์ AI จะวิเคราะห์ประวัติการตรวจสุขภาพ ประวัติการให้คำปรึกษา และคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ ที่กระจัดกระจายอยู่ในระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) และเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMR) จากนั้นจึงนำเสนอรายการตรวจที่จำเป็นพร้อมเหตุผลประกอบ
นอกจากนี้ยังช่วยจัดทำผลการตรวจสุขภาพโดยรวบรวมผลตรวจและความเห็นวินิจฉัยเข้าด้วยกัน เป็นวิธีการเชื่อมโยงข้อมูลที่สะสมระหว่างกระบวนการตรวจไปใช้ในงานให้คำปรึกษาและการจัดทำเอกสารหลายส่วน
ก่อนการตรวจ ระบบจะแจ้งข้อควรระวัง ส่วนหลังการตรวจจะช่วยบริหารจัดการตารางตรวจซ้ำและการติดตามผล บริษัทมีแผนใช้ AI ในงานดูแลหลังการตรวจ เช่น การเชื่อมโยงผู้ที่พบความผิดปกติไปยังการรักษาแบบผู้ป่วยนอกด้วย
PoC คือกระบวนการตรวจสอบความเป็นไปได้และประโยชน์ใช้สอยของเทคโนโลยีหรือบริการใหม่ก่อนนำไปใช้จริง โครงการนี้จะนำ AI ไปใช้กับงานตรวจสุขภาพจริงของชาอุม เพื่อตรวจสอบประโยชน์ใช้สอยในแต่ละขั้นตอน ทั้งการให้คำปรึกษา การจัดทำผลตรวจ และการดูแลหลังการตรวจ
ชาอุมจะตรวจสอบว่าเอเจนต์ AI สามารถสนับสนุนงานให้คำปรึกษาของบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ตรวจสุขภาพได้อย่างไร แม้ AI จะช่วยพิจารณาความจำเป็นของการตรวจและช่วยจัดทำผลตรวจ แต่การประกาศครั้งนี้ยังไม่ได้หมายความว่า AI จะเข้ามาแทนที่การตัดสินใจของบุคลากรทางการแพทย์
คิม แจฮวา (Kim Jae-hwa) ผู้อำนวยการศูนย์ตรวจสุขภาพชาอุม กล่าวว่า “จะสร้างระบบตรวจสุขภาพอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ให้เป็นมาตรฐานของชาอุม เพื่อยกระดับการดูแลลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น” สะท้อนว่าชาอุมให้ความสำคัญกับการนำ AI มาผสานกับงานตรวจสุขภาพเพื่อยกระดับการดูแลลูกค้าเป็นหลัก
แบ มิน (Bae Min) กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจการเงินและภาครัฐ ของ LG CNS กล่าวว่า “จะนำศักยภาพด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ AI (AX) ที่สั่งสมมาไปปรับใช้ในภาคการแพทย์ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมบริการตรวจสุขภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน” ซึ่งสะท้อนแนวคิดของ LG CNS ที่ต้องการขยายศักยภาพ AI ที่เคยใช้กับงานอัตโนมัติขององค์กร ไปสู่ภาคการแพทย์
LG CNS ดำเนินธุรกิจ AX ที่นำเทคโนโลยี AI แบบรู้สร้าง (Generative AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลไปประยุกต์ใช้กับงานขององค์กรมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้บริษัทเคยเปิดตัว แพลตฟอร์มเฉพาะทางอุตสาหกรรมที่นำ AI ไปใช้ในงานวิจัยด้านเภสัชกรรมและไบโอเทค มาแล้ว
โครงการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสนับสนุนงานเอกสาร แต่ยังวิเคราะห์ข้อมูลการตรวจและคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์เพื่อช่วยงานภาคสนามด้วย ตั้งแต่การแจ้งข้อควรระวังก่อนตรวจ การเสนอรายการตรวจ การจัดทำผลตรวจ ไปจนถึงการบริหารตารางหลังตรวจ ซึ่งทั้งหมดเชื่อมโยงเป็นขั้นตอนการทำงานเดียวกัน
ในงานตรวจสุขภาพ การรวบรวมข้อมูลและบันทึกการให้คำปรึกษาที่กระจัดกระจายอยู่ในหลายระบบถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เอเจนต์ AI จะวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้เพื่อเสนอรายการตรวจที่จำเป็นและมาตรการติดตามผล แต่การตัดสินใจทางการแพทย์ขั้นสุดท้ายยังคงเป็นหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์
LG CNS มีแผนใช้ PoC ครั้งนี้เพื่อสร้างโมเดลเอเจนต์ AI ที่เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาตรวจสุขภาพโดยเฉพาะ ขณะที่ชาอุมจะตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานและความเป็นไปได้ในการใช้งานจริงในพื้นที่ตรวจสุขภาพ
การประกาศครั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยตัวชี้วัดผลลัพธ์ที่ชัดเจน เช่น ระยะเวลาของ PoC จำนวนลูกค้าที่นำไปใช้ หรือระดับการลดเวลาในการดำเนินงาน ดังนั้นผลลัพธ์ทางธุรกิจของโครงการนี้จึงคาดว่าจะชัดเจนขึ้นหลังจากผลการทดสอบภาคสนามเริ่มสะสมมากขึ้น
LG CNS และชาอุมมีแผนกำหนดฟังก์ชันและขอบเขตการใช้งานของเอเจนต์ AI ที่จะนำไปใช้ในพื้นที่ตรวจสุขภาพให้ชัดเจนขึ้น โดยอ้างอิงจากผลของ PoC ครั้งนี้ ทั้งนี้ LG CNS มีแผนขยายขอบเขตการใช้งานไปยังศูนย์ตรวจสุขภาพหลักของโรงพยาบาลชา (Cha Hospital) ต่อไปในอนาคต
ความคิดเห็น 0