หุ้นแดวู อีแอนด์ซี(Daewoo E&C, 047040) ปรับขึ้น 18.38% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา สูงสุดในกลุ่มบริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่ ขณะที่ขั้นตอนต่อเนื่องของโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเช็กและโครงการก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) ในปาปัวนิวกินีและโมซัมบิกยังดำเนินอยู่ ทำให้นักวิเคราะห์ในตลาดหุ้นจับตาความคืบหน้าการลงนามสัญญามากกว่าความเป็นไปได้ในการได้งานใหม่
ยอนฮับอินโฟแม็กซ์(Yonhap Infomax) ระบุในข้อมูลอัตราการขึ้นลงของราคาหุ้นรายบริษัทว่า ราคาหุ้นแดวู อีแอนด์ซี ณ ราคาปิดวันที่ 8 ปรับขึ้น 18.38% ในรอบหนึ่งเดือน มากที่สุดในกลุ่มบริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันดัชนีกลุ่มก่อสร้างในตลาดหุ้นคอสปี(KOSPI) ปรับขึ้น 13.78% ในช่วงเดียวกัน ส่วนฮุนได อีแอนด์ซี(Hyundai E&C, 000720) ปรับขึ้น 16.70% และดีแอล อีแอนด์ซี(DL E&C, 375500) ปรับขึ้น 9.02%
ราคาหุ้นแดวู อีแอนด์ซีอยู่ที่ระดับ 3,900 วอนช่วงต้นปี ก่อนขึ้นไปแตะระดับ 37,000 วอนในเดือนเมษายน ช่วงนั้นตลาดมองว่าความเป็นไปได้ในการได้งานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเช็กและเวียดนามเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น แต่นักวิเคราะห์บางส่วนประเมินว่าปัจจัยหนุนราคาล่าสุดเปลี่ยนไป เนื่องจากมีการเซ็นสัญญาจริงและการคัดเลือกผู้ได้รับสิทธิเจรจาต่อรองเป็นลำดับแรกเกิดขึ้นต่อเนื่อง
สัญญาช่วง(subcontract) ของโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเช็กเป็นขั้นตอนที่กำหนดขอบเขตงานก่อสร้างและจัดหาของแต่ละบริษัทเกาหลีที่เข้าร่วม หลังมีการเซ็นสัญญาหลักของโครงการ การไฟฟ้านิวเคลียร์และพลังน้ำเกาหลี(Korea Hydro & Nuclear Power, KHNP) เซ็นสัญญาหลักโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่หน่วยที่ 5 และ 6 ที่เมืองดูโควานี(Dukovany) ประเทศเช็ก ไปเมื่อเดือนมิถุนายน และคาดว่าแดวู อีแอนด์ซีจะเซ็นสัญญาช่วงแยกตามส่วนงานกับบริษัทในทีมเกาหลี(Team Korea) รวมถึงดูซาน เอนเนอร์บิลิตี้(Doosan Enerbility, 034020)
แม้คาดว่าแดวู อีแอนด์ซีจะเข้าร่วมโครงการนี้ แต่ข้อมูลที่ยืนยันได้ในขณะนี้ยังไม่สามารถระบุขนาดสัญญาหรือวันที่เซ็นสัญญาที่ชัดเจนได้
ด้านธุรกิจ LNG ขั้นตอนการได้งานในโครงการที่ปาปัวนิวกินียังดำเนินอยู่ โดยแดวู อีแอนด์ซีได้รับเลือกเป็นผู้มีสิทธิเจรจาต่อรองเป็นลำดับแรกในโครงการ “Papua CPF and Wellpad EPSCC” ที่โททาลเอนเนอร์จีส์(TotalEnergies) เป็นผู้ว่าจ้าง เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นงานออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง และทดสอบเดินเครื่อง(EPSCC) สำหรับสถานีแปรรูปก๊าซกลาง(CPF)และอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับหลุมผลิต
ส่วนโครงการ “โรวูมา LNG เฟส 1”(Rovuma LNG Phase 1) ในโมซัมบิก กิจการร่วมค้า SMDC ซึ่งมีแดวู อีแอนด์ซีร่วมอยู่ด้วย ได้รับเลือกเป็นผู้รับเหมา EPC และได้รับหนังสือแจ้งเจตนามอบงาน(letter of award intent) แล้ว แต่ยังเหลือขั้นตอนการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย(FID)และการเซ็นสัญญาหลัก EPC ทำให้ยังไม่ถือว่าสัญญาได้ข้อสรุปทั้งหมด
การได้รับเลือกเป็นผู้มีสิทธิเจรจาต่อรองเป็นลำดับแรก คือขั้นตอนที่เจ้าของโครงการกำหนดให้เป็นคู่เจรจาเงื่อนไขสัญญา ส่วนหนังสือแจ้งเจตนามอบงานก็เป็นเพียงการแสดงเจตจำนงก่อนเซ็นสัญญาจริงเช่นกัน การได้งานจะได้ข้อสรุปก็ต่อเมื่อผ่านขั้นตอนการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายและเซ็นสัญญาหลักแล้วเท่านั้น และการรับรู้รายได้จากการก่อสร้างจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของแต่ละโครงการ
เป้าหมายการได้งานใหม่ก็ถูกปรับขึ้นเช่นกัน แดวู อีแอนด์ซีปรับเป้าหมายมูลค่าการได้งานใหม่ต่อปีจากเดิม 18 ล้านล้านวอน เป็น 27 ล้านล้านวอน หรือเพิ่มขึ้น 50% จากข้อมูลการรวบรวมความเห็นนักวิเคราะห์(consensus)ของยอนฮับอินโฟแม็กซ์ ในบรรดาบริษัทหลักทรัพย์ 5 แห่งที่ออกความเห็นการลงทุนในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา มี 2 แห่งปรับราคาเป้าหมายขึ้น ส่วนอีก 3 แห่งคงราคาเป้าหมายเดิม ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวเคยถูกรายงานไว้ใน การปรับเป้าหมายการได้งานขึ้นและการปรับราคาเป้าหมายของบริษัทหลักทรัพย์ต่อแดวู อีแอนด์ซี เช่นกัน
อี ซอนอิล(Lee Seon-il) นักวิเคราะห์จากบีเอ็นเคอินเวสต์เมนต์แอนด์ซิเคียวริตี้(BNK Investment & Securities) กล่าวว่า โครงการเหล่านี้อยู่ในสถานะผู้มีสิทธิเจรจาต่อรองเป็นลำดับแรกหรืออยู่ระหว่างการทำสัญญาแบบเจาะจงคู่สัญญา(negotiated contract) จึง “มีความเป็นไปได้สูงที่จะได้งานสำเร็จ” แต่ระบุว่าต้องติดตามการเจรจาต่อและขั้นตอนการประกวดราคาที่จะตามมาเพื่อยืนยันว่าจะเซ็นสัญญาจริงหรือไม่ คำกล่าวนี้สะท้อนว่าฝ่ายนักวิเคราะห์เองก็ยังรอดูขั้นตอนที่เหลือ ไม่ได้ฟันธงว่าสัญญาจะเกิดขึ้นแน่นอน
ขณะเดียวกัน มูลค่าสัญญาคงเหลือจากงานต่างประเทศที่ลดลงต่อเนื่องยังเป็นโจทย์ที่ต้องแก้ มูลค่าสัญญาคงเหลือจากต่างประเทศของแดวู อีแอนด์ซีลดลงจาก 6.7783 ล้านล้านวอน ณ สิ้นปี 2023 เหลือ 5.5988 ล้านล้านวอน ณ สิ้นปี 2024 และ 5.5926 ล้านล้านวอน ณ สิ้นปีที่แล้ว ก่อนลดลงอีกเหลือ 5.1988 ล้านล้านวอนในไตรมาสสองของปีนี้
ซง ยูริม(Song Yu-rim) นักวิเคราะห์จากฮันวาอินเวสต์เมนต์แอนด์ซิเคียวริตี้(Hanwha Investment & Securities) กล่าวว่า “แม้เมื่อพิจารณาช่วงเวลาการเริ่มก่อสร้างและระยะเวลาการก่อสร้าง การได้งานครั้งนี้อาจไม่ได้ส่งผลต่อการเติบโตของยอดขายปีหน้าอย่างมีนัยสำคัญในทันที แต่หากพิจารณาว่ามูลค่าสัญญาคงเหลือลดลงต่อเนื่องมาตลอดจากการที่ไม่มีการได้งานต่างประเทศขนาดใหญ่ตั้งแต่ปี 2021 การปรับเป้าหมายการได้งานขึ้นครั้งนี้ถือเป็นข่าวดีอย่างชัดเจน” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าแม้โครงการขนาดใหญ่จะนำไปสู่การเซ็นสัญญาได้จริง แต่ช่วงเวลาที่รายได้จะถูกบันทึกในบัญชีอาจแตกต่างกันไปตามกำหนดการเริ่มก่อสร้างและระยะเวลาก่อสร้าง
ทิศทางการขยายงานต่างประเทศของแดวู อีแอนด์ซีจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการได้รับเลือกเป็นผู้มีสิทธิเจรจาต่อรองเป็นลำดับแรกหรือการได้รับหนังสือแจ้งเจตนามอบงานเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าขั้นตอนเหล่านั้นจะนำไปสู่การตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย การเซ็นสัญญาหลัก และการเริ่มก่อสร้างจริงหรือไม่ ส่วนเป้าหมายการได้งานที่ปรับขึ้นจะนำไปสู่การเซ็นสัญญาจริงและมูลค่าสัญญาคงเหลือจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น ต้องติดตามขั้นตอนต่อเนื่องของแต่ละโครงการต่อไป
โครงการในปาปัวนิวกินีและโมซัมบิกยังเหลือขั้นตอนการเซ็นสัญญาหลัก โดยโครงการโรวูมา LNG เฟส 1 ในโมซัมบิกมีกำหนดเซ็นสัญญาหลักภายในสิ้นปีนี้
ความคิดเห็น 0