บิตคอยน์(BTC) ร่วงต่ำกว่า 82,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในเดือนเมษายน พร้อมปรากฏสัญญาณอ่อนแรงทางเทคนิคในรูปแบบ ‘เดธ ครอส’(Death Cross) สะท้อนทิศทางเชิงลบที่คล้ายคลึงกับช่วงพังทลายของตลาดในปี 2020 ระหว่างการระบาดของโควิด-19
ตามข้อมูลจากตลาดคริปโต บิตคอยน์เคยดีดขึ้นไปถึง 88,580 ดอลลาร์หลังรัฐบาลสหรัฐประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ฝั่งการค้าฉับพลันเมื่อเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม การรับรู้ถึงผลกระทบจากนโยบายเริ่มแผ่ขยาย ทำให้ราคาคืนตัวกลับทั้งหมด ดัชนี S&P 500 ดิ่งลงกว่า 4% ในวันเดียว ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยบริษัทวิเคราะห์ตลาดการเงิน โคเบย์ซีเลตเตอร์(The Kobeissi Letter) ระบุว่า “ดัชนี S&P 500 สูญเสียมูลค่าตลาดไปราว 3 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4,380 ล้านล้านวอนภายในวันเดียว”
ด้านตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดจากกระทรวงแรงงานสหรัฐชี้ว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์อยู่ที่ 219,000 ราย ต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 228,000 ราย สะท้อนว่า *ตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง* ซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ชะลอการลดดอกเบี้ยนโยบาย ความกังวลในจุดนี้ยังกดดันตลาดสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง กระนั้นก็ตาม CME FedWatch ชี้ว่าตลาดยังคงประเมินโอกาสในการลดอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุม FOMC เดือนมิถุนายน
ในมุมมองด้านเทคนิค บิตคอยน์ยังคงเผชิญแรงกดดันมากขึ้น แพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชน แกลสโนด(Glassnode) เผยว่าได้เกิด ‘เดธ ครอสแบบออนเชน’ (On-chain Death Cross) ซึ่งเกิดจากราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก 30 วันของ BTC ร่วงลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 180 วัน ซึ่งเป็นสัญญาณอ่อนแอที่เคยนำไปสู่แนวโน้มขาลงระยะกลางถึง 3-6 เดือน *แกลสโนดยังชี้ว่า* “แรงผลักดันของราคาเริ่มอ่อนตัวลงอย่างชัดเจน”
เทรดเดอร์คริปโตรายสำคัญหลายรายต่างประเมินแนวโน้มเชิงลบเช่นกัน เทรดเดอร์ ‘โรมัน’(Roman) กล่าวว่า เวลานี้ตลาดได้ผ่านช่วง ‘ขาขึ้นแบบขั้นบันได’ และเริ่มเข้าสู่ ‘ขาลงแบบลิฟต์ตก’ ขณะที่นักวิเคราะห์ตลาดชื่อ ‘ไบแซนไทน์ เจนเนอรัล’(Byzantine General) มองว่า “มีโอกาสรีบาวด์ในระยะสั้นจากการบีบสถานะชอร์ต (Short Squeeze) แต่ภาพรวมยังถูกจำกัดจากผลกระทบของนโยบายภาษี” พร้อมเสริมว่า จำนวนโพซิชันชอร์ตขนาดใหญ่ในคู่เทรดสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ขณะเดียวกัน การร่วงลงของทั้งตลาดหุ้นและคริปโตล่าสุดนี้ ถูกสะท้อนว่าเป็นผลพวงจากมาตรการภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งอาจเป็นแรงสะเทือนต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น *ความเห็นจากในอุตสาหกรรมชี้ว่า* แรงกดดันภาษีดังกล่าวอาจกระทบผลประกอบการของบริษัทอเมริกันและสร้างความวิตกแก่บรรดานักลงทุนอย่างรวดเร็ว
ความคิดเห็น 0