บิตคอยน์(BTC) กำลังเดินหน้าเข้าสู่จุดตัดสินใจครั้งสำคัญ หลังจากแตะระดับราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 109,586 ดอลลาร์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จากนั้นราคาก็เข้าสู่ช่วงปรับฐาน โดยมีแรงกดดันด้านราคาชัดเจน เดือนกุมภาพันธ์ให้ผลตอบแทนติดลบถึง 17.5% โดยหนึ่งในปัจจัยหลักมาจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอันเป็นผลจากนโยบายการเก็บภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีทรัมป์ เดือนมีนาคมแม้จะลดลงเล็กน้อยเหลือ -2.19% แต่ก็ยังไม่พบสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน
เข้าสู่เดือนเมษายน บรรยากาศตลาดเริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง โดยบิตคอยน์กำลังทดสอบแนวต้านสำคัญบนกราฟเทคนิคพร้อมกันถึงสองรายการ นั่นคือการพยายามฝ่าเส้นแนวโน้มขาลง และการไต่ระดับขึ้นเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล 200 วัน (EMA) ระดับดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 85,417.58 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบันที่ 83,176 ดอลลาร์ อยู่ราว 2.23%
อย่างไรก็ดี เมื่อวานนี้ราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 88,513 ดอลลาร์ระหว่างการซื้อขายก่อนลดลงมาปิดที่ 82,530 ดอลลาร์ สร้างแท่งเทียนที่มีรูปแบบ ‘หางบนยาว’ ซึ่งมักสื่อถึงแรงขายในระยะสั้นที่ยังไม่หมดไปจากตลาด
นักวิเคราะห์มองว่าหากบิตคอยน์สามารถฝ่าเส้นแนวโน้มขาลงและ EMA พร้อมกันได้ นั่นอาจเป็นสัญญาณจบขาลงและเข้าสู่รอบขาขึ้นครั้งใหม่ แต่หากล้มเหลวในการฝ่าผ่าน ความซบเซาในขณะนี้อาจยังอยู่กับตลาดไปอีกระยะ โดย ‘ปริมาณการซื้อขาย’ ถูกจับตาอย่างมากในฐานะปัจจัยชี้วัดความแข็งแรงของแนวโน้มใหม่
ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มนักลงทุนสายอนุรักษ์นิยมที่ก่อนหน้านี้โยกเงินออกไปยังทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัยอื่น ๆ ก็เริ่มหันกลับมาสนใจตลาดคริปโตอีกครั้ง หลังแนวโน้มความไม่แน่นอนด้านนโยบายเริ่มคลี่คลาย ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า หากการฝ่าแนวต้านมาพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของวอลุ่ม อารมณ์ของนักลงทุนจะกลับมาเป็นบวกอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
โดยรวม ตลาดอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างการกลับเข้าสู่ขาขึ้นอีกครั้ง หรือถอยกลับสู่ทิศทางขาลง ความสามารถของบิตคอยน์ในการเอาชนะแนวต้านในรอบนี้ จึงเป็นปัจจัยชี้ชะตาที่นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตามอง
ความคิดเห็น 0