รายการเมลสำหรับนักพัฒนา ‘Bitcoin Developer Mailing List’ ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารของนักพัฒนาแกนหลักของบิตคอยน์(BTC) เกิดเหตุหยุดให้บริการชั่วคราวเป็นเวลาหลายชั่วโมง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากแพลตฟอร์ม ‘Google Groups’ ที่ปิดกั้นการเข้าถึงโดยระบุว่าเป็น ‘สแปม’ ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้เป็นบางช่วงระหว่างวันที่ 2 ถึง 3 เมษายน
หนึ่งในนักพัฒนาระบุว่า การร้องเรียนสแปมอย่างเป็นระบบโดยใช้บอต(bot) อาจเป็นสาเหตุสำคัญของการถูกระงับ ด้านกูเกิลได้ออกคำเตือนในช่วงนั้นว่าเมลลิงลิสต์ดังกล่าวมี ‘เนื้อหาสแปม มัลแวร์ หรือข้อมูลอันตราย’ ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงโปรโตคอลของบิตคอยน์ต้องหยุดชะงักชั่วคราว
นักพัฒนาบิทคอยน์หลักอย่าง ไบรอัน บิชอป(Bryan Bishop) ให้ความเห็นว่า ปัญหานี้น่าจะมาจากการรายงานสแปมโดยใช้หลายบัญชีหรือบอต ซึ่งทำให้ระบบกรองอัตโนมัติของกูเกิลทำงานผิดพลาด เขายกตัวอย่างว่าเทคนิคลักษณะเดียวกันนี้เคยถูกใช้ในยูทูบ, ติ๊กต่อก และ X (ชื่อเดิมคือทวิตเตอร์) จึงเชื่อว่าการพยายาม ‘เซ็นเซอร์’ บิตคอยน์ก็อาจเกิดขึ้นด้วยกลไกเดียวกัน
แจ็ค ดอร์ซีย์(Jack Dorsey) ซีอีโอของบล็อก(Block Inc) และผู้สนับสนุนบิตคอยน์ ก็ได้กล่าวถึงเหตุการณ์นี้เช่นกัน โดยเรียกร้องให้ ซันดาร์ พิชัย(Sundar Pichai) ซีอีโอของกูเกิล ดำเนินการตรวจสอบเป็นการด่วน ในเวลาต่อมา กูเกิลได้ชี้แจงผ่านแพลตฟอร์ม Google Workspace ว่า ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขแล้ว ณ เวลา 02:23 น. ของวันที่ 3
รายการเมลสำหรับนักพัฒนานี้ เป็นช่องทางหลักในการสนทนาเกี่ยวกับเทคโนโลยีและข้อเสนอปรับปรุงโปรโตคอลของบิตคอยน์มาตั้งแต่ปี 2008 หลังจาก ซาโตชิ นากาโมโตะ เผยแพร่เอกสารไวท์เปเปอร์ครั้งแรก โดยเพิ่งถูกย้ายมาสู่ระบบ Google Groups เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ก่อนหน้านี้เคยใช้โครงสร้างพื้นฐานของ Linux Foundation และ Oregon State University Open Source Lab
แม้เกิดปัญหาครั้งนี้ ไบรอัน บิชอปยังยืนยันเจตนารมณ์เดิมที่จะคงโครงสร้าง ‘อิงอีเมล’ เอาไว้ เขาระบุว่า “เพื่อรักษากระบวนการพัฒนาแบบเดิม นักพัฒนาควรยึดอีเมลมากกว่าการย้ายไปใช้แพลตฟอร์มใหม่”
เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า การสื่อสารเกี่ยวกับบิตคอยน์สามารถทำได้ผ่านแพลตฟอร์มอื่น เช่น GitHub หรือโนสท์(Nostr) แต่อีเมลยังคงเป็นศูนย์กลางของการอภิปรายที่มีความลึกและเป็นระบบ จึงจำเป็นต้องให้ความระมัดระวังกับความเสี่ยงจากการพึ่งพาแพลตฟอร์มเดียวมากเกินไป ‘บิตคอยน์(BTC)’ และเสรีภาพในการพัฒนาจึงควรได้รับการคุ้มครองจากการแทรกแซงโดยไม่ได้ตั้งใจจากบริการโฮสต์ของบุคคลที่สาม
ความคิดเห็น 0