เมื่อวันที่ 3 ตามเวลาท้องถิ่น นโยบาย ‘ภาษีตอบโต้’ ของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งมุ่งเก็บภาษีสินค้านำเข้าทั่วโลก ทำให้ตลาดการเงินโลกสั่นสะเทือน โดยราคาบิตคอยน์(BTC) ร่วงลงกว่า 1,000,000 วอนภายในเวลาเพียงหนึ่งวัน
หลังจากการแถลงของทรัมป์ ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์สของตลาดนิวยอร์กลดลงกว่า 1,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.46 ล้านวอน) และแรงกระเพื่อมจากตลาดหุ้นแพร่กระจายเข้าสู่ตลาดคริปโต บรรดาเหรียญชั้นนำ รวมถึงบิตคอยน์ จึงเผชิญแรงขายต่อเนื่อง ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนจุดยืนที่แข็งกร้าวด้านการค้า และอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกทวีความรุนแรงขึ้น
จากข้อมูลของนักวิเคราะห์ ‘กวาซังนิชิ’ แห่ง X-Bank ระบุว่า แรงเทขายที่เกิดขึ้นมีจุดเริ่มต้นจากตลาดสปอต โดยสัญญาเปิดค้าง(OI) ของบิตคอยน์ฟิวเจอร์สในตลาดชิคาโก (CME) ลดลงอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนสถาบันบางรายกำลังทยอยถอนตัวออกจากตลาด ซึ่งอาจหมายถึง ‘การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง’ มากกว่าการปรับฐานในระยะสั้น
ในขณะที่ตลาดออปชันแสดงภาพในเชิงลบเช่นกัน โดยระดับราคาที่มีสถานะคงค้าง (Open Interest) มากที่สุดอยู่ที่ระดับ 80,000 ดอลลาร์ นำไปสู่การตีความว่า นักลงทุนจำนวนมากกำลังเตรียมรับความเสี่ยงขาลงหรือขยายสถานะขาย
ปัจจัยอีกประการหนึ่งที่กดดันตลาดคือ กำหนดส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของสหรัฐฯ ในวันที่ 15 เมษายน ซึ่งกระตุ้นให้บางนักลงทุนอาจตัดสินใจแปลงคริปโตเป็นเงินสดเพื่อรองรับภาระภาษี ความเป็นไปได้นี้ยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้กับกระแสเทขายในตลาดสปอต
บรรดาผู้เชี่ยวชาญยังเตือนเพิ่มเติมว่า การเก็บภาษีนำเข้าของทรัมป์ อาจกลายเป็นตัวผลักดันเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ซึ่งจะลดความคาดหวังของตลาดที่มีต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด เป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่ ‘อาจหั่นความคล่องตัวของตลาดคริปโตในระยะยาว’
ปัจจัยสำคัญในระยะสั้นที่จะส่งผลต่อตลาดต่อไป ได้แก่ ดัชนีภาคบริการ ISM ของกระทรวงพาณิชย์(วันที่ 3), ตัวเลขจ้างงาน(วันที่ 4) และรายงานการประชุมคณะกรรมการ FOMC(วันที่ 10) ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลที่ ‘ต้องจับตา’ ในภาวะตลาดที่เปราะบางเช่นนี้
ความคิดเห็น 0