หุ้นแฝงจากวอร์แรนต์ครั้งที่ 10 ของ เมตาแพลนเน็ต(3350) ถูกกำหนดตายตัวไว้ที่ 319.46 ล้านหุ้น แต่กลุ่มผู้ถือหุ้นยังคงไม่พอใจ เพราะวงเงินตอบแทนผู้บริหารที่ขยายไปแล้วยังไม่ถูกปรับลดกลับ ขณะที่ ไซมอน เกโรวิช(Simon Gerovich) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ใช้สิทธิแปลงวอร์แรนต์รับหุ้นใหม่ถึง 64,032,000 หุ้น ยิ่งเพิ่มแรงกดดันจากผู้ถือหุ้น
เมตาแพลนเน็ตประกาศเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ยกเลิกเงื่อนไขการปรับเพิ่มจำนวนหุ้นแฝงของวอร์แรนต์ และกำหนดจำนวนหุ้นแฝงไว้คงที่ ก่อนหน้านี้ โครงสร้างวอร์แรนต์ที่เคยรายงานไปก่อนหน้า ผูกจำนวนหุ้นแฝงไว้กับจำนวนหุ้นแบบเจือจางเต็มที่ (fully diluted) ทำให้ทุกครั้งที่บริษัทออกหุ้นเพิ่ม วงเงินตอบแทนผู้บริหารก็ขยายตามไปด้วย
จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งย้อนไปถึงวอร์แรนต์ครั้งที่ 10 ที่ผ่านมติผู้ถือหุ้นในปี 2023 ซึ่งขณะนั้นกำหนดวงเงินตอบแทนไว้ที่ 46 ล้านหุ้น พร้อมเงื่อนไขปรับเพิ่มที่ออกแบบมาให้คงสัดส่วนไว้ราว 20% ของจำนวนหุ้นแบบเจือจางเต็มที่ตลอดเวลา
หลังเมตาแพลนเน็ตเริ่มกลยุทธ์สำรองทรัพย์สินด้วย บิตคอยน์(BTC) ตั้งแต่เดือนเมษายน 2024 บริษัทออกหุ้นเพิ่มทุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้จำนวนหุ้นแฝงพุ่งตามไปด้วย เท่ากับว่าการระดมทุนเพื่อซื้อบิตคอยน์กับขนาดวงเงินตอบแทนผู้บริหารถูกผูกไว้ในโครงสร้างการออกหุ้นเดียวกัน
ข้อมูล ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2026 ระบุว่าเมตาแพลนเน็ตถือ บิตคอยน์(BTC) รวม 43,000 เหรียญ ขณะที่จำนวนหุ้นที่ออกแล้วเพิ่มจากราว 153.9 ล้านหุ้นในช่วงเริ่มกลยุทธ์บิตคอยน์ เป็น 1,280 ล้านหุ้น ส่งผลให้หุ้นแฝงจากวอร์แรนต์ครั้งที่ 10 ขยายตัวไปแตะ 319.46 ล้านหุ้น
ในเอกสารเปิดเผยข้อมูลวันที่ 18 สิงหาคม บริษัทระบุว่าเงื่อนไขเดิมอาจเพิ่มภาระเจือจางให้ผู้ถือหุ้นเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ จึงเปลี่ยนมาใช้จำนวนหุ้นคงที่เพื่อสกัดการขยายตัวเพิ่มเติม แต่ไม่ได้ปรับวงเงินตอบแทนที่สะสมมาก่อนหน้าการยกเลิกเงื่อนไขให้กลับไปเท่าขนาดเริ่มต้น
บริษัทเปิดเผยเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมว่า ไซมอน เกโรวิช(Simon Gerovich) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของเมตาแพลนเน็ต ใช้สิทธิวอร์แรนต์ครั้งที่ 10 จำนวน 92,000 หน่วยเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม และได้รับหุ้นใหม่ 64,032,000 หุ้น ในราคาใช้สิทธิหุ้นละ 10 เยน ทำให้หุ้นที่เขาถือครองโดยตรงเพิ่มจาก 15,555,500 หุ้น เป็น 79,587,500 หุ้น
ตามหลักการแล้ว หุ้นใหม่ชุดนี้จะถูกล็อกห้ามขายหรือโอนจนถึงวันที่ 17 สิงหาคม 2031 แต่เมื่อหุ้นถูกออกจริงแล้ว ผลกระทบด้านการเจือจางสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมและสัดส่วนบิตคอยน์ต่อหุ้นก็ยังคงเกิดขึ้นตามโครงสร้างเดิม
ผู้ถือหุ้นรายหนึ่งชื่อ ราคนาร์(Ragnar) เรียกร้องให้ยกเลิกหุ้นแฝงส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นใหม่ราว 273 ล้านหุ้น แล้วแทนที่ด้วยแผนจูงใจระยะยาวชุดใหม่ที่สามารถนำไปปรับใช้ย้อนหลังได้ด้วย ทั้งนี้ตัวเลข 273 ล้านหุ้นเป็นการคำนวณฝั่งผู้ถือหุ้นเอง ไม่ใช่ตัวเลขที่เมตาแพลนเน็ตรับรองอย่างเป็นทางการ
ข้อเรียกร้องให้ยกเลิกส่วนขยายของวอร์แรนต์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ขนาดวงเงินตอบแทนเท่านั้น แต่ยังโยงไปถึงเกณฑ์ผลงานด้วย ฝั่งผู้ถือหุ้นชี้ว่าหุ้นส่วนที่ออกเพิ่มไม่ได้ผูกกับปริมาณบิตคอยน์ที่ถือครองหรือผลงานต่อหุ้นโดยตรงแต่อย่างใด
หากคำนวณจากยอดถือครอง 43,000 BTC และจำนวนหุ้นแบบเจือจางเต็มที่ราว 1,630 ล้านหุ้น ณ วันที่ 30 มิถุนายน จะได้สัดส่วนบิตคอยน์ต่อหุ้นราว 2,635 ซาโตชิ แต่หากตัดหุ้นแฝงส่วนเพิ่มราว 273 ล้านหุ้นออกจากตัวหารตามวิธีคำนวณของฝั่งผู้ถือหุ้น ตัวเลขนี้อาจขยับขึ้นไปอยู่ที่ราว 3,166 ซาโตชิ ทั้งนี้เป็นการคำนวณบนสมมติฐานว่าเงื่อนไขอื่นไม่เปลี่ยนแปลง
ในการแก้ไขเงื่อนไขเมื่อเดือนสิงหาคม บริษัทเพิ่มข้อจำกัดห้ามขายหุ้นเป็นเวลา 5 ปี และปิดช่องการขยายวงเงินตอบแทนอัตโนมัติจากการระดมทุนในอนาคต แต่ยังไม่มีการตัดสินใจเรื่องการยกเลิกหุ้นแฝงที่สะสมไว้แล้ว การคำนวณวงเงินตอบแทนใหม่ หรือการเปลี่ยนไปใช้ระบบตอบแทนที่ผูกกับผลงาน
เกโรวิชแถลงต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 6 กันยายนว่าตัวเขาเป็น "ผู้ถือหุ้นที่มีนัยสำคัญแต่ไม่ได้ครอบงำ" พร้อมยอมรับว่าถือหุ้นในบริษัทแม่ของ MMXX Ventures แต่ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้านการลงทุนหรือการซื้อขาย คำกล่าวนี้สะท้อนความพยายามของเขาที่จะแยกบทบาทส่วนตัวออกจากธุรกรรมของบริษัท เขายังระบุด้วยว่าเมตาแพลนเน็ตยังอธิบายโครงสร้างตอบแทนและธรรมาภิบาลไม่เพียงพอ
ข้อเรียกร้องให้เปิดเผยโครงสร้างการถือหุ้นและสิทธิออกเสียงของ MMXX Ventures รวมถึงผลประโยชน์ทับซ้อนของเกโรวิชในธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเมตาแพลนเน็ต ยังไม่มีคำตอบสุดท้ายจากบริษัท โดยเมตาแพลนเน็ตระบุเพียงว่าจะทบทวนนโยบายตอบแทนและธรรมาภิบาลต่อไป
เมตาแพลนเน็ตหยุดการขยายวงเงินวอร์แรนต์อัตโนมัติจากการเพิ่มทุนในอนาคตแล้ว แต่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาว่าจะปรับลดวงเงินตอบแทน 319.46 ล้านหุ้นที่มีอยู่ หรือออกแบบเกณฑ์ใหม่เมื่อใด ทำให้ต้องติดตามว่าบริษัทจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของผู้ถือหุ้นอย่างไรต่อไป
ความคิดเห็น 0