บิตคอยน์(BTC) กำลังแสดงสัญญาณของการแยกตัวออกจากทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นสหรัฐและราคาทองคำ ซึ่งนำไปสู่การคาดการณ์ว่า ราคาอาจกลับสู่ระดับ ‘แสนดอลลาร์’ ได้เร็วกว่าที่ตลาดเคยประเมินไว้ โดยเฉพาะหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศนโยบายภาษีนำเข้าที่ส่งผลให้ตลาดการเงินเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่บิตคอยน์กลับแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัว
เมื่อวันที่ 2 บิตคอยน์ร่วงลงชั่วคราวกว่า 3% เหลือประมาณ 82,500 ดอลลาร์ทันทีหลังถ้อยแถลงของทรัมป์ แต่เพียงไม่นานก็เด้งกลับขึ้นมากกว่า 4.5% จนแตะระดับราว 84,700 ดอลลาร์ ในขณะเดียวกัน ดัชนี S&P500 กลับร่วงลงอย่างหนักถึง 10.65% ส่วนราคาทองคำที่เคยแตะสูงสุดในประวัติการณ์ที่ 3,167 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อวันที่ 3 ก็ปรับลดลง 4.8% หลังจากนั้น
สถานการณ์นี้ช่วยหนุนความเชื่อมโยงระหว่างทองคำและบิตคอยน์ ซึ่งมีทฤษฎีว่า *ทองคำขึ้นก่อน บิตคอยน์ตามทีหลัง* โดยสถิติย้อนหลังยืนยันการเคลื่อนไหวนี้ เช่น ในช่วงปลายปี 2018 ถึงกลางปี 2019 ราคาทองพุ่งขึ้นประมาณ 15% แต่บิตคอยน์ยังนิ่ง ก่อนจะเริ่มทะยานขึ้น 344% ภายในสิ้นปี 2020
นักวิเคราะห์จากแมคโครสโคป(MacroScope) มองว่า *หากบิตคอยน์กลับไปแตะ 100,000 ดอลลาร์อีกครั้ง อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผู้นำจากทองคำไปสู่ BTC* พร้อมระบุว่า “จากจุดนี้ บิตคอยน์อาจเข้าสู่ช่วงที่มีผลตอบแทนเหนือกว่าทองคำและสินทรัพย์อื่น ๆ คล้ายกับในอดีต” ด้านไมค์ แอลเฟรด(Mike Alfred) ผู้ก่อตั้งบริษัทอัลไพน์ ฟอกซ์ เสริมว่า จากสถิติที่ผ่านมา *การเติบโตของบิตคอยน์สามารถแซงหน้าทองคำได้มากกว่าสิบเท่า*
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเชิงเทคนิคจากอัตราส่วน BTC/XAU ซึ่งเปรียบเทียบบิตคอยน์กับทองคำ ชี้ว่า ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปรับฐาน โดยอัตราส่วนดังกล่าวกำลังเข้าสู่รูปแบบอ่อนตัวเช่นเดียวกับปี 2021 และกำลังทดสอบแนวรับที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 สัปดาห์(EMA) ซึ่งในอดีตเคยส่งสัญญาณร่วงลงสู่ EMA 200 สัปดาห์ หากเกิดซ้ำอีกครั้ง ก็อาจทำให้ราคาบิตคอยน์ลดลงถึง 65,000 ดอลลาร์ หรือแย่ที่สุดอาจต่ำกว่า 20,000 ดอลลาร์
ข้อมูลจากเทรดดิงวิว(TradingView) ยังระบุว่า บิตคอยน์มีแนวรับทางเทคนิคที่ระดับคล้ายคลึงกันกับรอบก่อนหน้า ทำให้แรงกดดันขาลงในระยะสั้นยังไม่หมดไป แต่หาก BTC/XAU รักษา EMA ในระดับปัจจุบันได้สำเร็จ การกลับตัวเป็นขาลงอาจเป็นเพียง *สัญญาณลวง*
ในแง่ปัจจัยพื้นฐาน ยังมีอุปสรรคต่อแนวโน้มขาขึ้นของบิตคอยน์ในระยะกลางถึงยาว โดยเฉพาะหากสงครามภาษีของทรัมป์ทวีความรุนแรงจนกลายเป็น *ข้อพิพาทการค้าระหว่างประเทศ* ความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐจะยิ่งรุนแรงขึ้น ซึ่งในสภาวะเช่นนี้ *สินทรัพย์เสี่ยงมักจะให้ผลตอบแทนที่แย่* และบิตคอยน์ก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวันที่ 4 เมษายน เจอโรม พาวเวลล์(Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) ได้ปัดความคาดหวังเรื่องการปรับลดดอกเบี้ย พร้อมเตือนว่า “อัตราเงินเฟ้อยังไม่ชะลอตัวอย่างสม่ำเสมอ” และแสดงจุดยืนว่า *ยังเร็วเกินไปที่จะผ่อนคลายนโยบายการเงิน* ซึ่งเป็นข่าวร้ายต่อสินทรัพย์ที่ไวต่อดอกเบี้ยอย่างบิตคอยน์
กระนั้นก็ตาม ตามข้อมูลจาก CME เฟดวอทช์ (CME FedWatch) พบว่า ส่วนใหญ่ของนักลงทุนตลาดตราสารหนี้ยังคง *คาดหวังว่า Fed จะลดดอกเบี้ย 3 ครั้งภายในเดือนกันยายนนี้* ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยหนุนแรงซื้อบิตคอยน์ในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0