ยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางสหรัฐในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2026 พุ่งแตะ 1.97 ล้านล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ปีงบประมาณกำลังจะสิ้นสุดลงในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
ข้อมูลการคลังเดือนสิงหาคมที่กระทรวงการคลังสหรัฐ(U.S. Department of the Treasury) เปิดเผยระบุว่า รัฐบาลกลางมีรายรับ 360 พันล้านดอลลาร์ และรายจ่าย 527 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดขาดดุลของเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 166.8 พันล้านดอลลาร์
ตัวเลขขาดดุลเดือนสิงหาคมลดลงอย่างมากจากเดือนก่อนหน้าที่ 432 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขรายเดือนอาจแกว่งไปมาตามตารางการจ่ายเงินของภาครัฐ จึงยังสรุปไม่ได้ว่าสถานะการคลังโดยรวมดีขึ้นเพียงเพราะตัวเลขเดือนเดียวลดลง
ในส่วนของรายรับ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอยู่ที่ 179 พันล้านดอลลาร์ ส่วนรายรับจากประกันสังคมและเงินบำนาญอยู่ที่ 141 พันล้านดอลลาร์ สองรายการนี้รวมกันคิดเป็นสัดส่วนใหญ่ของรายรับทั้งหมด
ด้านรายจ่ายลดลงจาก 689.1 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้การเปรียบเทียบรายจ่ายรายเดือนอาจได้รับผลจาก ‘ปัจจัยปฏิทิน’ เช่น ช่วงเวลาการจ่ายเงินที่เกี่ยวข้องกับภาษีนำเข้า
เมื่อนับรวม 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2026 ยอดขาดดุลสะสมอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแทบไม่ต่างกัน
ภาระดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยรายจ่ายดอกเบี้ยรวมของเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 98 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รายจ่ายดอกเบี้ยสะสมตลอดปีงบประมาณอยู่ที่ 1.267 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อนหน้า
หากคิดในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง รายจ่ายดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งแตะ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ สะท้อนว่านอกจากขนาดของการขาดดุลแล้ว ต้นทุนดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อโครงสร้างรายจ่ายของรัฐบาลกลาง
ขาดดุลการคลังของสหรัฐหมายถึงส่วนต่างระหว่างรายจ่ายกับรายรับของรัฐบาล เมื่อรายจ่ายมากกว่ารายรับก็จะเกิดการขาดดุล และรัฐบาลจะระดมทุนส่วนที่ขาดผ่านการออกพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลัก
ยอดขาดดุลรายเดือนอาจเปลี่ยนแปลงได้มากตามช่วงเวลาที่รายรับไหลเข้าและช่วงเวลาที่มีการเบิกจ่ายก้อนใหญ่ เช่น สวัสดิการสังคมและดอกเบี้ย จึงควรพิจารณาทั้งยอดสะสมและการเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนควบคู่กันไป มากกว่าดูตัวเลขของเดือนใดเดือนหนึ่งเพียงอย่างเดียว
ก่อนหน้านี้ TokenPost รายงานว่า ยอดขาดดุลสะสมของปีงบประมาณ 2026 ณ สิ้นเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 1.79882 ล้านล้านดอลลาร์ ก่อนที่ยอดขาดดุลเดือนสิงหาคมจะเข้ามาเพิ่มเติมจนทำให้ยอดสะสมขยับขึ้นเป็น 1.97 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งในตอนนั้นก็มีการพูดถึงผลกระทบของการขาดดุลที่ขยายตัวต่อค่าเงิน อัตราดอกเบี้ย และสินทรัพย์เสี่ยงไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลชุดนี้เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะชี้ทิศทางราคาบิตคอยน์(BTC) หรือสินทรัพย์เสี่ยงอื่นได้อย่างชัดเจน โดยตัวเลขขาดดุลและรายจ่ายดอกเบี้ยที่แท้จริงจะได้ข้อสรุปอีกครั้งหลังปีงบประมาณสิ้นสุดลงในเดือนกันยายน
ความคิดเห็น 0