Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

สเปซเอ็กซ์(SpaceX) ปิดดีล IPO 8.57 หมื่นล้านดอลลาร์ แรงขายหุ้นเทคฯ เป็นคนละเรื่อง

จรวดเชิงพาณิชย์ที่จัดแสดงอยู่หน้าตลาดหลักทรัพย์ / TokenPost.ai

สเปซเอ็กซ์ (SpaceX, SPCX) ปิดดีลเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ได้สำเร็จ ด้วยยอดระดมทุนรวม 8.57 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังนับรวมการใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มเติมของผู้จัดจำหน่าย หรือ 'Over-Allotment Option' แบบเต็มจำนวนแล้ว ก่อนหน้าดีลนี้มีรายงานว่ากองทุนเฮดจ์ฟันด์ทยอยลดสัดส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ลง แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลใดยืนยันได้ว่าการลดสัดส่วนดังกล่าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับการระดมทุนของสเปซเอ็กซ์แต่อย่างใด

สเปซเอ็กซ์เริ่มซื้อขายหุ้นในตลาด Nasdaq Global Select Market และ Nasdaq Texas เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ภายใต้ชื่อย่อ 'SPCX' โดยราคาเสนอขายเริ่มต้นอยู่ที่ 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น จำนวนหุ้นที่เสนอขายครั้งแรกอยู่ที่ 555.56 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์

ต่อมาเมื่อผู้จัดจำหน่ายใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มเติมเต็มจำนวน จำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมดจึงเพิ่มขึ้นเป็น 638.89 ล้านหุ้น ทั้งนี้ สเปซเอ็กซ์เป็นผู้เปิดเผยตัวเลขหุ้นที่ออกทั้งหมดและการใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มเติมแบบเต็มจำนวนไว้ในแถลงข่าวปิดการเสนอขายหุ้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน

ตรงนี้ต้องแยกให้ชัดระหว่างยอดระดมทุนตามเงื่อนไขเสนอขายครั้งแรกกับยอดระดมทุนสุดท้าย ตัวเลข 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์คือยอดตามเงื่อนไขเสนอขายเริ่มต้น ส่วน 8.57 หมื่นล้านดอลลาร์คือยอดสุดท้ายที่รวมการใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มเติมแล้ว

Nasdaq เปิดเผยว่าในวันซื้อขายวันแรก หุ้นสเปซเอ็กซ์เปิดตลาดที่ 150 ดอลลาร์ ทำให้มูลค่าตลาด หรือ Market Cap ของบริษัทในขณะนั้นพุ่งแตะ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ ราคาปิดอยู่ที่ 160.95 ดอลลาร์ สูงกว่าราคาเสนอขายประมาณ 19.2% ขณะที่ปริมาณการซื้อขายทะลุ 500 ล้านหุ้น

ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ สัญญาณการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ก็เริ่มปรากฏ สำนักข่าว Reuters รายงานโดยอ้างอิงบันทึกภายในของ JPMorgan ว่ากองทุนเฮดจ์ฟันด์ทยอยลดการถือครองหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ ก่อนการ IPO ครั้งนี้ พร้อมทั้งเพิ่มสถานะขาลง หรือ 'Bearish Position' ในบางส่วนด้วย

จากข้อมูลชุดเดียวกัน กองทุน Roundhill Magnificent Seven ETF (MAGS) ปรับตัวลดลงมากกว่า 2.4% นับตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน คำว่า Magnificent Seven หมายถึงหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ 7 บริษัท ได้แก่ แอปเปิล(AAPL) อเมซอน(AMZN) เอ็นวิเดีย(NVDA) ไมโครซอฟท์(MSFT) อัลฟาเบท(GOOGL) เมตา(META) และเทสลา(TSLA)

อย่างไรก็ตาม การที่หุ้นเทคโนโลยีถูกลดสัดส่วนลงในช่วงเวลาเดียวกันกับ IPO ของสเปซเอ็กซ์ ไม่ใช่หลักฐานที่เพียงพอจะสรุปว่าเงินทุนดังกล่าวไหลไปที่ใด เพราะจนถึงตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลการซื้อขายที่เปิดเผยว่าเงินจากการขายหุ้นของเฮดจ์ฟันด์ถูกนำไปซื้อหุ้นสเปซเอ็กซ์จริง

การเสนอขายหุ้นขนาดใหญ่มักดูดซับเงินทุนจำนวนมากในช่วงเวลาสั้นๆ จึงมักถูกเชื่อมโยงกับการปรับพอร์ตของนักลงทุนสถาบันอยู่เสมอ แต่การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนในพอร์ตอาจเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งการบริหารความเสี่ยง การทำกำไร หรือมุมมองต่อภาวะตลาด ความสัมพันธ์เชิงเหตุผลกับ IPO รายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะจึงต้องอาศัยข้อมูลอื่นมาพิสูจน์แยกต่างหาก

ดีลของสเปซเอ็กซ์เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาด IPO ของสหรัฐฯ กำลังฟื้นตัว โดยมีดีลขนาดใหญ่เป็นแรงหนุนหลัก ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าบริษัทกลุ่ม AI กวาดสัดส่วนเงินระดมทุนจาก IPO ไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งปีนี้

สำหรับผลประกอบการ ในรอบ 6 เดือนที่สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน สเปซเอ็กซ์มีรายได้รวม 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 4.82 พันล้านดอลลาร์ ส่วนการใช้เงินทุนที่ระดมได้จากการ IPO ครั้งใหญ่นี้ และผลประกอบการในระยะต่อไป จะต้องรอการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการในอนาคต

ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานตัวเลขยอดระดมทุนสุดท้ายจากราคาเสนอขาย 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น และการใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มเติมมาแล้ว ทั้งนี้ ขนาดของการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ กับการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ยังเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาแยกจากกัน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1