ปริมาณการซื้อขาย 24 ชั่วโมงของเชนลิงก์(LINK) เพิ่มขึ้นถึง 63.99% แต่ในขณะเดียวกันกลับมีเงินไหลออกทั้งในตลาดฟิวเจอร์สและตลาดสปอต นักวิเคราะห์ระบุว่าหากราคาต้องการฝ่าแนวต้าน 12 ดอลลาร์ให้มั่นคง จำเป็นต้องเห็นแรงซื้อจากตลาดสปอตที่ชัดเจนกว่านี้
U.Today รายงานเมื่อวันที่ 14 (เวลาท้องถิ่น) ว่าเชนลิงก์กำลังพยายามฟื้นตัวหลังผ่านช่วงปรับฐาน โดยปริมาณการซื้อขายฟิวเจอร์ส LINK บนกระดานเทรดหลักปรับตัวสูงขึ้น ปริมาณการซื้อขายคู่ LINK/USDT แบบฟิวเจอร์สบนไบแนนซ์(Binance) อยู่ที่ประมาณ 113 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 53% ในรอบ 24 ชั่วโมง
ปริมาณการซื้อขายฟิวเจอร์สบน OKX และไบบิต(Bybit) ก็เพิ่มขึ้นเช่นกันที่ประมาณ 44% และ 52% ตามลำดับ โดยตัวเลขทั้งหมดนี้นับเฉพาะฝั่งตลาดฟิวเจอร์ส
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของปริมาณการซื้อขายไม่ได้หมายความว่ามีแรงซื้อไหลเข้าเสมอไป ข้อมูลระบุว่า LINK มีเงินไหลออกสุทธิจากตลาดฟิวเจอร์สประมาณ 1.84 ล้านดอลลาร์ในช่วง 4 ชั่วโมง และประมาณ 3.86 ล้านดอลลาร์ในช่วง 12 ชั่วโมง
ในฝั่งตลาดสปอตก็พบทิศทางเดียวกัน โดยกระแสเงินในกรอบเวลา 1, 4, 8 และ 12 ชั่วโมง ล้วนเป็นเงินไหลออกสุทธิทั้งสิ้น สะท้อนว่าแม้การเทรดฟิวเจอร์สจะคึกคักขึ้น แต่ยังไม่มีสัญญาณยืนยันว่าแรงซื้อในตลาดสปอตเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน
ด้านราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ราว 11 ดอลลาร์ และกำลังทดสอบแนวต้าน 12 ดอลลาร์อีกครั้ง ทั้งนี้เชนลิงก์เคยอยู่ที่ระดับประมาณ 8 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ก่อนจะไต่ขึ้นไปแตะระดับสูงกว่า 13.50 ดอลลาร์ในเดือนกันยายน แล้วจึงเข้าสู่ช่วงปรับฐาน
U.Today วิเคราะห์ว่าโครงสร้างขาขึ้นในภาพรวมยังไม่ถูกทำลาย อย่างไรก็ตาม มุมมองนี้เป็นเพียงการตีความเชิงเทคนิคของสำนักข่าวดังกล่าว ไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะการคาดการณ์อย่างเป็นทางการ
ขณะตรวจสอบ CoinMarketCap แสดงราคา LINK อยู่ที่ 11.50 ดอลลาร์ และปริมาณการซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 169.10 ล้านดอลลาร์ โดยอัตราการเปลี่ยนแปลงของปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ 63.99%
ข้อมูลย้อนหลังจาก CoinGecko ระบุว่าปริมาณการซื้อขาย LINK เมื่อวันที่ 10 กันยายนอยู่ที่ 6,988.17 ล้านดอลลาร์ วันที่ 11 กันยายนอยู่ที่ 1,107.61 ล้านดอลลาร์ และวันที่ 12 กันยายนอยู่ที่ 522.46 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้การนับแบบรายวันกับการนับแบบเคลื่อนที่ 24 ชั่วโมงใช้เกณฑ์ต่างกัน จึงไม่สามารถนำมาเทียบโดยตรงกับตัวเลขจากแต่ละกระดานเทรดได้
บนโซเชียลมีเดียมีการแชร์โพสต์ว่า LINK เคยขึ้นไปแตะ 13.64 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 8 กันยายน ทั้งนี้เนื้อหาดังกล่าวมาจากโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะดัชนีตลาดที่เป็นอิสระซึ่งสนับสนุนทิศทางราคา
U.Today ยังระบุว่าสัดส่วนโพสิชันของกลุ่มเทรดเดอร์รายใหญ่อยู่เหนือระดับ 2.2 ขณะที่อัตราส่วนสถานะซื้อ (Long) ต่อสถานะขาย (Short) ของบัญชีบนไบแนนซ์อยู่ที่ประมาณ 1.46 โดยอธิบายว่ายิ่งสัดส่วนสถานะซื้อสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยหนุนแรงพยายามดันราคาขึ้นได้มากเท่านั้น แต่หากราคาหลุดแนวรับ ความเสี่ยงจากการถูกบังคับปิดสถานะ (liquidation) ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ในเชิงเทคนิค ระดับ 12 ดอลลาร์ถูกมองเป็นด่านแรกที่ต้องฝ่าไปให้ได้ หากราคาปิดรายวันอยู่เหนือ 12 ดอลลาร์ พร้อมปริมาณการซื้อขายที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ระดับ 12.50 ดอลลาร์ และจุดสูงสุดของเดือนกันยายนที่ 13.50 ดอลลาร์ก็อาจกลับมาเป็นเป้าหมายที่ตลาดจับตาอีกครั้ง ทั้งนี้เป็นการวิเคราะห์แบบมีเงื่อนไข ไม่ใช่การยืนยัน
ปริมาณการซื้อขายฟิวเจอร์สหมายถึงขนาดการซื้อขายสัญญาอนุพันธ์ที่กำหนดราคาซื้อขายล่วงหน้า ขณะที่ปริมาณการซื้อขายสปอตสะท้อนขนาดการซื้อขายสินทรัพย์จริง เมื่อทิศทางของทั้งสองตลาดสวนทางกัน การใช้ปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียวมาสรุปว่าแรงซื้อแข็งแกร่งขึ้นจึงทำได้ยาก
ก่อนหน้านี้มีรายงานต่อเนื่องเกี่ยวกับเชนลิงก์ในประเด็นการเข้าซื้อ LINK เพิ่มเติมของกองทุนสำรองเชิงกลยุทธ์และขนาดการถือครอง ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานเรื่องการเข้าซื้อ LINK เพิ่มอีก 127,740 LINK ของเชนลิงก์ แต่การวิเคราะห์ครั้งนี้เน้นไปที่กระแสเงินในตลาดฟิวเจอร์สและสปอตของกระดานเทรด ไม่ใช่ประเด็นกองทุนสำรอง
ประเด็นสำคัญจากข้อมูลชุดนี้คือปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นเกิดขึ้นพร้อมกับเงินไหลออกในเวลาเดียวกัน ส่วนคำถามว่าราคาจะฝ่าแนวต้าน 12 ดอลลาร์ได้หรือไม่นั้น ต้องติดตามราคาปิดรายวัน ปริมาณการซื้อขายที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และทิศทางแรงซื้อในตลาดสปอตประกอบกัน
ความคิดเห็น 0