ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า ‘ฤดูหนาวของคริปโต’ ซึ่งหมายถึงช่วงขาลงของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลสิ้นสุดลงแล้ว แต่พบสัญญาณบางส่วนจากทั้งหมด 6 ประการที่เคยปรากฏในช่วงตลาดฟื้นตัวในอดีต
เดนนี กาลินโด(Denny Galindo) ผู้อำนวยการบริหารสำนักงานการลงทุนระดับโลกของมอร์แกน สแตนลีย์ เวลธ์ แมเนจเมนต์(Morgan Stanley Wealth Management) ระบุในบทวิเคราะห์ของ CoinDesk Indices ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 ว่า ได้ตรวจสอบความเป็นไปได้ที่บิตคอยน์(BTC) จะเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวโดยอ้างอิงวัฏจักรในอดีต พร้อมย้ำว่าสัญญาณทั้ง 6 ประการเป็นเพียงสิ่งที่ใช้สังเกต ไม่ใช่เครื่องมือพยากรณ์ และ “อาจเป็นสัญญาณลวงหรือยังเร็วเกินไป”
บทวิเคราะห์เริ่มจากข้อสังเกตว่า บิตคอยน์มีแนวโน้มแสดงวัฏจักรประมาณ 4 ปีจากข้อมูลในอดีตที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยใน 4 วัฏจักรที่สิ้นสุดแล้ว ช่วงขาขึ้นกินเวลาประมาณ 3 ปี ก่อนเข้าสู่ช่วงขาลงนาน 12-14 เดือน
สัญญาณแรกคือระยะเวลาของวัฏจักร ช่วงฟื้นตัวในอดีตมักเริ่มขึ้น 17 เดือนก่อนการลดรางวัลบล็อกครั้งถัดไป หรือ 12-14 เดือนหลังจุดสูงสุดก่อนหน้า โดยกันยายน 2026 เป็นช่วงที่เหลือเวลา 17 เดือนก่อนการลดรางวัลบล็อกครั้งถัดไป และ 11 เดือนก่อนถึงจุดสูงสุดก่อนหน้า
Bitcoin.org คาดว่าการลดรางวัลบล็อกครั้งถัดไปจะเกิดขึ้นที่ความสูงบล็อก 1.05 ล้านในปี 2028 อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้กำหนดวันตายตัว เพราะเวลาจะเปลี่ยนแปลงตามความเร็วในการสร้างบล็อก และเกิดขึ้นทุกประมาณ 210,000 บล็อก
สัญญาณที่สองคือภาวะกดดันต่อแพลตฟอร์มซื้อขายและสถาบัน ในอดีต การล้มละลายหรือปิดตัวของแพลตฟอร์มซื้อขายรายใหญ่เคยเกิดขึ้นก่อนช่วงฟื้นตัว
สัญญาณที่สามคือการปรับตัวลงจากจุดสูงสุด CoinDesk ระบุโดยอ้างอิงข้อมูลราคาจาก Bloomberg ว่า บิตคอยน์ปรับตัวลง 53% ระหว่างวันที่ 6 ตุลาคม 2025 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2026 แม้จะน้อยกว่าการปรับตัวลง 77-84% ในตลาดขาลงก่อนหน้า แต่ยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่าการปรับฐานระดับนี้ถือเป็นสัญญาณเปลี่ยนผ่านได้หรือไม่
สัญญาณที่สี่คือความยากในการขุด ซึ่งสะท้อนระดับการแข่งขันที่จำเป็นต่อการขุดบิตคอยน์ ในอดีต การฟื้นตัวของความยากในการขุดหลังจากลดลงเคยถูกใช้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนจากตลาดขาลงสู่ช่วงฟื้นตัว แต่การวิเคราะห์ครั้งนี้ประเมินว่าความยากในการขุดลดลงแล้วและยังไม่ฟื้นตัว
สัญญาณที่ห้าคืออัตราส่วน Thermocap โดย Thermocap หมายถึงมูลค่าสะสมของเหรียญที่จ่ายให้แก่นักขุด ส่วนอัตราส่วน Thermocap เป็นตัวชี้วัดที่เปรียบเทียบมูลค่าตลาดของบิตคอยน์กับมูลค่าสะสมดังกล่าว CoinDesk รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจาก Glassnode ว่า อัตราส่วน Thermocap ลดลงเหลือ 13 เท่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026 แต่ไม่สามารถตรวจสอบซ้ำด้วยเกณฑ์การคำนวณเดียวกันจากการค้นหาข้อมูลสาธารณะเพียงอย่างเดียวได้
สัญญาณที่หกคือการเคลื่อนไหวของราคา ในช่วงจุดต่ำสุดของตลาดในอดีต ราคามักเพิ่มขึ้น 50% จากจุดต่ำสุด แต่ไม่มีหลักประกันว่าความสัมพันธ์นี้จะเกิดขึ้นซ้ำในอนาคต จึงยากที่จะยืนยันการเปลี่ยนแนวโน้มจากการฟื้นตัวของราคาเพียงอย่างเดียว
บทวิเคราะห์ยังเสนอประเด็นถกเถียงว่า บิตคอยน์จะกลับไปทำจุดสูงสุดใหม่ก่อนการลดรางวัลบล็อกครั้งถัดไปหรือไม่ และปัญญาประดิษฐ์(AI) ได้กลายเป็นเรื่องเล่าหลักด้านการเก็งกำไรและนวัตกรรมแทนสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่ โดยในวัฏจักรปี 2012-2016 และ 2016-2020 บิตคอยน์ทะลุจุดสูงสุดเดิมหลังการลดรางวัลบล็อก แต่ในวัฏจักรปี 2024 ราคาทะลุจุดสูงสุดเดิมก่อนการลดรางวัลบล็อกประมาณหนึ่งเดือน ในเดือนเมษายน 2024
ก่อนหน้านี้เคยมีการวิเคราะห์ว่าตลาดขาลงระยะยาวของบิตคอยน์มีลักษณะคล้ายกับช่วงจุดต่ำสุดในอดีต แต่ในเวลานั้นการที่ตัวชี้วัดระยะยาวปรับตัวเข้าใกล้กันก็ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าตลาดแตะจุดต่ำสุดแล้ว การวิเคราะห์ครั้งนี้จึงมุ่งตรวจสอบความคล้ายคลึงระหว่างรูปแบบในอดีตกับตัวชี้วัดปัจจุบัน
ในเชิงโครงสร้างตลาด ราคา ความยากในการขุด และอัตราส่วน Thermocap อาจใช้วันที่อ้างอิงและวิธีคำนวณที่แตกต่างกัน ดังนั้น แม้ตัวชี้วัดหนึ่งจะปรับดีขึ้น ก็ต้องตรวจสอบว่าตัวชี้วัดอื่นเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่
สำหรับนักลงทุนในประเทศ การพิจารณาเพียงระยะเวลาที่เหลือก่อนการลดรางวัลบล็อกหรือขนาดการปรับตัวลงของราคาอาจไม่เพียงพอ ควรแยกวันที่อ้างอิงและวิธีรวบรวมข้อมูลของแต่ละตัวเลขให้ชัดเจน ข้อสรุปที่ยืนยันได้จากการวิเคราะห์ครั้งนี้จึงไม่ใช่การสิ้นสุดของ ‘ฤดูหนาวของคริปโต’ แต่เป็นการพบเงื่อนไขบางส่วนที่ใช้ติดตามว่า ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านหรือไม่
ความคิดเห็น 0