Salesforce($CRM) ตั้งเป้ารายได้ในปีงบประมาณ 2030 ไว้ที่มากกว่า 63,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 85.68 ล้านล้านวอนตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน
Salesforce เปิดเผยเป้าหมายทางการเงินระยะยาวในเซสชันสำหรับนักลงทุนและนักวิเคราะห์ ภายในงานประจำปี ‘Dreamforce’ ที่จัดขึ้นในซานฟรานซิสโก เมื่อวันที่ 16 ตามเวลาท้องถิ่น โดย LSEG ประเมินว่ารายได้ของบริษัทจะอยู่ที่ 59,200 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 80.512 ล้านล้านวอน
เป้าหมายของบริษัทสูงกว่าประมาณการของตลาดอย่างน้อย 3,800 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม Salesforce ยังไม่ได้เปิดเผยเส้นทางรายได้รายปีที่ชัดเจน แม้จะประกาศเป้าหมายสำหรับปีงบประมาณ 2030 แล้ว
เป้าหมายดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์อาจเข้ามาแทนที่ซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร กระแส ‘วันสิ้นสุดของ SaaS’ ที่ขยายตัวตั้งแต่ปี 2025 ตั้งอยู่บนมุมมองว่าโมเดลปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ เช่น Claude อาจทดแทนฟังก์ชันของซอฟต์แวร์เดิม และสร้างแรงกดดันต่อบริษัทซอฟต์แวร์อย่าง Salesforce
Salesforce นำเสนอปัญญาประดิษฐ์ในฐานะพื้นฐานของการขยายผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ภัยคุกคามทางการแข่งขัน มาร์ก เบนีออฟ(Marc Benioff) ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Salesforce กล่าวว่า “นี่คือช่วงเวลาที่ทุกสิ่งสำหรับองค์กรกำลังเปลี่ยนแปลง” คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนทิศทางของบริษัทที่มองสภาพแวดล้อมการทำงานในอนาคตว่า มนุษย์และเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์จะทำงานร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม การขยายรายได้ที่เกิดขึ้นจริงยังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของลูกค้าองค์กรว่าจะนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปใช้งานหรือไม่
Salesforce ยังเปิดตัว ‘Claudeforce’ ซึ่งเชื่อมต่อ Claude ของ Anthropic เข้ากับข้อมูลของ Salesforce บริการนี้ช่วยให้องค์กรเข้าถึงข้อมูล Salesforce จาก Claude และใช้แดชบอร์ดสำหรับการทำงานได้
แพทริก สโตกส์(Patrick Stokes) ประธานฝ่ายแอปพลิเคชันและการตลาดของ Salesforce เปิดเผยว่า ลูกค้าสูงสุด 1,000 รายเข้าร่วมบริการเบตาที่เชื่อมต่อกับ Claude ตัวเลขดังกล่าวถูกนำเสนอเป็นตัวชี้วัดความต้องการเบื้องต้นต่อฟังก์ชันปัญญาประดิษฐ์สำหรับองค์กร
Salesforce ยังเปิดตัว ‘Koa’ โมเดลการอนุมานสำหรับองค์กรที่พัฒนาบนโมเดลของ Nvidia($NVDA) บริษัทมีแผนใช้ Koa เพื่อเพิ่มความสามารถของเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ในการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลลูกค้า รวมถึงขั้นตอนการทำงาน
โมเดลการอนุมานคือโมเดลที่ปัญญาประดิษฐ์ใช้สร้างคำตอบหรือตัดสินใจจากข้อมูลใหม่ที่ได้รับการป้อนเข้าไป ในตลาดองค์กร นอกจากประสิทธิภาพของโมเดลแล้ว ความสามารถในการเชื่อมต่อข้อมูลลูกค้ากับระบบงานเดิมยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้
บทบาทของ Slack บริการสื่อสารสำหรับการทำงานก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน อเล็กซา วีโญเน(Alexa Vignone) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ของ Salesforce กล่าวว่า ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา Slack ได้กลายเป็นพื้นที่ศูนย์กลางสำหรับการสื่อสารกับเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์
Salesforce เข้าซื้อ Slack ในปี 2021 ด้วยมูลค่า 27,100 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 36.856 ล้านล้านวอน การใช้ Slack เป็นช่องทางสื่อสารระหว่างเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์กับพนักงาน อาจช่วยให้ Salesforce เชื่อมโยงซอฟต์แวร์สำหรับการทำงานเดิมเข้ากับฟังก์ชันปัญญาประดิษฐ์ได้
ในการรายงานผลประกอบการครั้งล่าสุด Salesforce เน้นทั้งการลงทุนใน Anthropic และธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ บริษัทบันทึกกำไรจากการประเมินมูลค่าการลงทุนเชิงกลยุทธ์ 2,600 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.536 ล้านล้านวอน และราคาหุ้นปรับตัวขึ้นประมาณ 23% หลังการประกาศ
มิเกล มิลลาโน(Miguel Milano) ประธานฝ่ายปฏิบัติการของ Salesforce กล่าวว่า “เราจะไม่ใช้คำว่า ‘วันสิ้นสุดของ SaaS’ อีกต่อไป” พร้อมกล่าวว่า “เราหวังว่าตลาดจะค่อย ๆ ยอมรับความเป็นจริง” ท่าทีดังกล่าวแสดงให้เห็นมุมมองของบริษัทว่า ปัญญาประดิษฐ์อาจเปลี่ยนฟังก์ชันและรูปแบบการใช้งานซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร มากกว่าที่จะเข้ามาแทนที่ทั้งหมด
ภายในงาน Dreamforce ยังมีบุคคลสำคัญจากอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์เข้าร่วมเป็นวิทยากร เช่น แซม อัลต์แมน(Sam Altman) CEO ของ OpenAI, ดาริโอ อาโมเดอี(Dario Amodei) CEO ของ Anthropic และเจนเซน หวง(Jensen Huang) CEO ของ Nvidia ทั้งนี้ การที่เป้าหมายระยะยาวของ Salesforce จะนำไปสู่รายได้จริงหรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับความเร็วในการนำบริการปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ของลูกค้าองค์กรและความต้องการซอฟต์แวร์
ความคิดเห็น 0