ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ทั้ง 3 แห่งปิดตลาดลดลง หลังธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติขึ้นดอกเบี้ย 25bp ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่ปรับตัวลง แต่ SpaceX และอินเทลปรับตัวเพิ่มขึ้น
ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ร่วงลง 1.2% เมื่อวันที่ 16 (เวลาท้องถิ่น) ส่วนดัชนี S&P500 ลดลง 0.44% และดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 0.01% โดยแรงอ่อนตัวระหว่างวันของดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ทั้ง 3 แห่งยังคงดำเนินต่อจนถึงช่วงปิดตลาด
การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ครั้งนี้อยู่ที่ 25bp หรือ 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ หลังการตัดสินใจ ดัชนีหลักทั้งหมดอ่อนตัวลง แต่ Nasdaq ลดลงเพียง 0.01% และเคลื่อนไหวใกล้ระดับทรงตัว
ทิศทางของแต่ละดัชนีแตกต่างกัน โดยดาวโจนส์มีแรงลดลงมากกว่า ขณะที่ Nasdaq ซึ่งมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีสูงปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย
ในบรรดาหุ้นรายตัว อินเทล($INTC) เพิ่มขึ้น 4% และ SpaceX เพิ่มขึ้น 5% ขณะที่โกลด์แมน แซคส์($GS) และโบอิ้ง($BA) ลดลงเกือบ 4% เท่ากัน
หุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลปรับตัวลงอย่างชัดเจน สแตรทเทจี($MSTR) ลดลง 2.64% และเซอร์เคิล อินเทอร์เน็ต กรุ๊ป($CRCL) ลดลง 6.77% ส่วนคอยน์เบส($COIN) ลดลง 4.42% ชาร์ปลิงก์ เกมมิง($SBET) ลดลง 4.20% และบิตไมน์($BMNR) ลดลง 3.26%
โรบินฮูด($HOOD) ลดลง 5.46% โดยในบรรดาหุ้นที่ระบุไว้ เซอร์เคิล อินเทอร์เน็ต กรุ๊ปมีแรงลดลงมากที่สุด ตามด้วยโรบินฮูด
เซอร์เคิล อินเทอร์เน็ต กรุ๊ปเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสเตเบิลคอยน์ ส่วนโรบินฮูดเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสำหรับนักลงทุนรายย่อย ขณะที่สแตรทเทจีจัดอยู่ในกลุ่มบริษัทที่ถือครองบิตคอยน์(BTC) การเคลื่อนไหวของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลจึงแตกต่างกันตามโครงสร้างธุรกิจ
บล็อกบีตส์(BlockBeats) รายงานว่า หุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลปรับตัวขึ้นไปพร้อมกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคมถึงวันที่ 12 กันยายน ก่อนลดลงในช่วงที่มีการขึ้นดอกเบี้ย โดยเป็นการปรับตัวลงเพื่อคืนกำไรบางส่วนที่เพิ่มขึ้นในช่วงดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการปรับตัวลงของหุ้นแต่ละตัวเกิดจากการขึ้นดอกเบี้ยเพียงปัจจัยเดียว การที่ SpaceX และอินเทลปรับตัวขึ้น ขณะที่โกลด์แมน แซคส์และโบอิ้งปรับตัวลง สะท้อนว่าการตัดสินใจด้านดอกเบี้ยไม่ได้ส่งผลไปในทิศทางเดียวกันกับหุ้นทุกตัว
ความคิดเห็น 0